12 เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อหน้าใสไร้ริ้วรอย

วันอาทิตย์ ส.ค. 29, 2010

1. ไม่ควรนอนดึกหรืออดนอน แม้ก่อนหน้านี้จะเคยใช้เวลาช่วงกลางคืนหมดไปกับการอ่านหนังสือ ดูหนัง ดูละคร หรือจะทำงานก็ตาม แต่ถ้าอยากหน้าใสไร้ริ้วรอย เมื่อถึงเวลาหัวค่ำแล้วก็ควรเข้านอนให้ตรงเวลาซะ หยุดกิจกรรมที่เคยชินเสียเดี๋ยวนี้ ร่างกายจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

2. ควรดื่มน้ำในปริมาณอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ซึ่งน้ำในที่นี้ไม่นับพวกน้ำหวาน น้ำอัดลม แต่ต้องเป็นน้ำเปล่าที่สะอาด ไม่เย็นหรือร้อนจนเกินไป เพราะเมื่อเราดื่มน้ำอย่างเพียงพอแล้ว ปัญหาผิวแห้งหรือผิวเป็นขุยจะหมดไป แถมทำให้ดวงตาดูสดใส ผิวอวบอิ่มไร้ริ้วรอยอีกด้วย

3. ไม่ลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควรบริหารหน้าด้วยการนวด หรือง่ายๆ แค่ขยับปากพูดคำว่า “อา อี เอ โอ อู” แค่นี้กล้ามเนื้อหน้าก็จะได้รับการดูแลไม่ให้เหี่ยวย่น Read the rest of this entry »


เคล็ดลับใช้น้ำหอมหน้าร้อน

วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2010

หลายคนคงจะชื่นชอบในความหอมของน้ำหอมในหน้า ร้อนนี้ ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายกลิ่น หลายยี่ห้อ แต่เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า อุณหภูมิที่ร้อนแรงอย่างนี้อย่างบ้านเราส่งผลให้กลิ่นหอมที่เพื่อนๆ ใช้อยู่เปลี่ยนไปได้ และอาจเปลี่ยนจากกลิ่นหอมที่ชวนหลงใหลเป็นกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนา เรามารู้เคล็ดลับการใช้น้ำหอมหน้าร้อนกันเถอะเพื่อส่งความหอมให้ทั่วเรือน กายอย่างไม่ผิดเพี้ยน และเป็นที่พึงปราถนาให้กับคนรอบข้างด้วย

สำหรับหน้าร้อนนี้การเลือกใช้น้ำหอม ควรเลือกลิ่นน้ำหอมแนวสดชื่น เย็นสบาย กลิ่นอ่อนๆ ไม่ฉุนจนเกินไป อาทิ น้ำหอมที่มีส่วนผสมจาก orange blossom, pear, mint, ginseng และ ginger Read the rest of this entry »


เคล็ดลับแต่งหน้าสำหรับสาวคอนแทคเลนส์

วันจันทร์ ก.ค. 26, 2010

ถ้าคุณต้องใส่ คอนแทคเลนส์เป็นประจำ แต่มีดวงตาที่ไวต่อความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาแต่งหน้าแล้วรู้สึกคันหรือน้ำตาไหลเป็นประจำ นี่คือเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้คุณดูสวยใสได้แบบไร้ปัญหา Read the rest of this entry »


เคล็ดลับ ดูแลผมแห้งแตกปลาย

วันจันทร์ ก.ค. 12, 2010

ใครที่รู้ตัวว่า เป็นคนผมแห้งแตกปลาย แล้วยังไม่รู้วิธีการดูแล วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาบอกกัน…

หาก มีผมที่แห้งแตก ปลาย ขาดความเงางามและไม่มีชีวิตชีวาแล้ว ก็คงจะรู้สึกไม่มีความมั่นใจแน่ๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ควรจะเริ่มดูแลผมให้กลับมามีชีวิตชีวาเงางามและไม่แห้งแตก ปลายอีก

วิธีง่ายๆ คือ…

นำใบชะอมประมาณ 1 กำมือ มาต้มกับน้ำ 3 ถ้วยใหญ่ ให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้รอให้เย็น นำใบชะอมทิ้งให้เหลือแต่น้ำเท่านั้น จากนั้นให้สระผมด้วยแชมพูธรรมดา แล้วนำผ้าขนหนูไปชุบน้ำชะอมที่เตรียมไว้ ให้ชุบพอหมาดๆ แล้วนำมาเช็ดเส้นผมให้ทั่ว แต่ถ้าจะทำการนวดหนังศีรษะก็ทำไปพร้อมกันเลยก็ได้ หลังจากนั้นทิ้งไว้ 5 – 10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ส่วนน้ำชะอมที่เหลือสามารถนำมาใช้ในครั้งต่อไปได้ ด้วยการแช่เก็บไว้ในตู้เย็น

ลองนำวิธีที่แนะนำ ไปปฏิบัติตามกันจะได้มีผมที่สวยและเงางาม

ที่มา http://www.lovehealthy-beauty.com/index.php?topic=229.msg268;topicseen#msg268


เคล็ดลับ ดูแลผมแห้งแตกปลาย

วันพฤหัส ก.ค. 8, 2010
ใครที่รู้ตัวว่า เป็นคนผมแห้งแตกปลาย แล้วยังไม่รู้วิธีการดูแล วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาบอกกัน…

หากมีผมที่แห้งแตก ปลาย ขาดความเงางามและไม่มีชีวิตชีวาแล้ว ก็คงจะรู้สึกไม่มีความมั่นใจแน่ๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ควรจะเริ่มดูแลผมให้กลับมามีชีวิตชีวาเงางามและไม่แห้งแตก ปลายอีก
Read the rest of this entry »


ภูมิคุ้มกันจากแม่ถึงลูก

วันพุธ มิ.ย. 10, 2009

นมแม่มีภูมิคุ้มกัน? มีเซลล์คอยดักจับเชื้อโรค? สารย่อยสลายเชื้อโรค? สารต่อต้านการติดเชื้อต่าง ๆ? ที่ทำงานประสานและรวมพลังกัน

?????????????? นอกจากนี้? ในนมแม่มีสารภูมิคุ้มกันที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจช่วยกำจัดเชื้อโรค? มีวิตามินเอและสารเร่งการเจริญเติบโตของเยื่อบุทางเดินอาหาร? ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายลูกน้อย? ได้ยากขึ้น

?????????????? ภูมิคุ้มกันเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทารกเพราะลูกวัยนี้ยังสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่ดี

?????????????? ปกติแล้วเด็กแรกเกิดทุกคนได้รับภูมิคุ้มเชื้อโรคจากแม่ผ่านทางสายสะดือ? ถ้าให้ลุกกินนมแม่? ลูกก็จะได้รับภูมิคุ้มกันจากนมแม่เพิ่มอีกทาง? กลายเป็นสองแรงแข็งขันช่วยป้องกันลูกจาเชื้อโรคได้มากยิ่งขึ้น

??????????????

?????????????? ลูกแข็งแรง? ไม่ป่วยบ่อย

?????????????? นมแม่ระยะ? 1? สัปดาห์แรกเป็นยอดน้ำนม? เรียกโคลอสตรัม? หรือหัวน้ำนม? เป็นน้ำนมที่มีภูมิคุ้มกันสูงสุด? คุณแม่ควนให้ลุกได้กินหัวน้ำนมนี้?? แม้ว่าตอนหลังจะไม่ต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็ตาม

?????????????? เด็กที่กินนมแม่จะมีโอกาสเจ็บป่วยน้อยกว่าเด็กที่กินนมผสมประมาณ? 2 -7? เท่า? และลดโอกาสเกิดโรคลำไส้อักเสบในเด็กแรกเกิดถึง? 20? เท่า? ส่วนโรคอื่น ๆ? ก็ลดโอกาสเกิดได้? 2 ? 5.5? เท่า? เช่น? โรคท้องเสีย? ปอดบวม? หูชั้นกลางอักเสบ? เยื่อหุ้มสมองอักเสบ? ทางเดินปัสสาวะอักเสบ? ภูมิแพ้? และเบาหวาน

?????????????? ลดภูมิแพ้

?????????????? ช่วย? 6? เดือนแรกของชีวิต? การทำงานของส่วนต่าง ๆ? ยังไม่เท่าผู้ใหญ่? เยื่อบุลำไส้ยังไม่แข็งแรง? น้ำย่อยอาหารยังไม่เพียงพอที่จะย่อยอาหารเหล่านี้? สารช่วยย่อยหรือสารภูมิคุ้มกันยังทำงานไม่เต็มที่

?????????????? ถ้าให้ลูกกินอาหารอื่น? เช่น? นมผง? ข้าว? กล้วย? ลูกก็ยังย่อยได้ไม่ดี? นำไปสู่การแพ้ได้

?????????????? ปัจจุบันพบโรคแพ้โปรตีนนมวัวมากขึ้น? หากลูกน้อยกินนมแม่เพียงอย่างเดียว? จะโปรตีนจากนมแม่ที่จำเพาะสำหรับลูกคน? ไม่กระตุ้นให้เกิดการแพ้? แต่ถ้าให้ลูกกินนมผสมก็จะได้โปรตีนนมวัว? ซึ่งสำหรับร่างกายลูกวัย? 6? เดือนแรกถือเป็นสิ่งแปลกปลอม? ร่างกายของลูกบอบบางไม่สามารถกำจัดออกไปได้? อาจเกิดอาการแพ้

อารมณ์? อีคิวเพียบ

?????????????? การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่? นอกจากลูกฉลาดแล้ว? ลูกอารมณ์ดี? เลี้ยงง่าย? มีร้องไห้โยเยบ่อย ๆ

?????????????? การกินให้ลูกกินนมแม่?? แม่โอบกอด? สัมผัสระหว่างแม่ลูกและลูก? ทำให้ลูกเกิดความอบอุ่น? รู้สึกถึงความรักที่แม่มอบให้? ลูกก็จะเกิดความสุขขึ้นในใจ? เมื่อลูกมีความสุข? ก็เลี้ยงง่าย? ไม่โยเย? ร่างกายของแม่เองก็หลั่งสารที่ทำให้แม่มีความสุข? อารมณ์ดี Read the rest of this entry »


เคล็ดลับในการกำจัดขน

วันพุธ เม.ย. 8, 2009
  • ไม่ควรกำจัดขนในตอนเช้า? เพราะเป็นช่วงที่ผิวพรรณกระชับที่สุด? เวลาที่เหมาะสำหรับการกำจัดขนคือหลังการอาบน้ำอุ่นเสร็จใหม่ ๆ?
  • หลังกำจัดขนทุกครั้งควรทาครีมหรือโลชั่นทาผิวทุกครั้ง? และการทาครีมโฟมหรือสบู่ก่อนการโกนจะให้โกนง่ายมองเห็นแนวที่โกนชัดเจน
  • อย่าโกนขนก่อนลงว่ายน้ำเด็ดขาด? เพราะเมื่อเจอคลอรีนและครีมกันแดดอาจทำให้ผิวบริเวณนั้นอักเสบได้

สวยมั่นในวันฝนฉ่ำ

วันศุกร์ เม.ย. 3, 2009

สายฝนที่เย็นฉ่ำนำความสดชื่นมาสู่หัวใจและต้นไม้ใบหญ้า? ทว่าสำหรับสาว ๆ? ผู้รักสวยรักงามแล้ว? ฝนฟ้าที่กระหน่ำมาแบบไม่ทันตั้งตัว? อาจทำให้สาวสวยเนี้ยบกลายเป็นยายเพิ้งที่ไหนก็ไม่รู้? เพราะเครื่องสำอางที่บรรจงแต่งแต้มไว้บนใบหน้า? ริมฝีปาก? ดวงตา? และพวงแก้ม? โดนฝนกระเซ็นจนเปรอะไปหมด? มิหนำซ้ำยังแอบมีกลิ่นอับ ๆ? ติดตามผม? เสื้อผ้า? รองเท้า? จนทำให้เสียบุคลิกสาวมั่น

?????????????? สภาพอากาศที่อับชื้นในหน้าฝนส่งผลให้ผิวอ่อนแอ? ง่ายต่อการเกิดปัญหาต่าง ๆ? เช่น? ผิวซีด? เหี่ยวย่น? แห้งเป็นขุย? และ? บางทียังทำให้เกิดโรคผิวหนังไม่พึงประสงค์อย่างรังแค? เกลื้อน? และเชื้อราที่เป็นวงเล็ก ๆ? สีแดงตามใต้ร่มผ้า ซึ่งเกิดจากการหมักหมมของเชื้อโรค

?????????????? ในเมื่อขึ้นชื่อว่าสาวสวยสุขภาพดี? จะยอมให้เรื่องแบบนี้ทำลายเสน่ห์ได้อย่างไรมาทำให้ฤดูฝนเป็นฤดูแห่งความงามกันดีกว่า

?????????????? ผิว? อากาศในหน้าฝนทำให้ผิวมีภูมิต้านทานต่ำ? จึงควรระวังเรื่องความสะอาดและสุขภาพผิวเป็นสำคัญ? หากเพิ่งตากฝนมาควรรีบอาบน้ำสระผมให้สะอาด เช็ดตัวให้แห้ง? แล้วชโลมผิวกายด้วยบอดี้โลชั่นเนื้อบางเบา? ส่วนผิวหน้าควรบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นชนิดปราศจากน้ำมัน? เพราะทำให้ผิวคุณเบาสบาย? ทว่าคงความนวลนุ่ม

?????????????? ผม? อย่าคิดว่าเมื่อผมเปียก? เพียงเช็ดหรือเป่าให้แห้งก็พอแล้ว? ควรสระให้สะอาดแล้วเป่าให้แห้ง? เพราะน้ำฝนอาจนำพาเชื้อโรคต่าง ๆ ในอากาศติดตัวคุณมาด้วย? โดยเฉพาะเชื้อไวรัส? ต้นเหตุของอาการหวัด? และไม่ควรเข้านอนทั้งที่ผมยังชื้นอยู่? เพราะอาจทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ Read the rest of this entry »


15 นาที เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

วันพุธ ต.ค. 29, 2008

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

??????? การดูแลสุขภาพอาจดูเป็นเรื่องน่าเบื่อและยุ่งยาก แต่ที่จริงช่วงเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่ 5-15 นาทีก็ช่วยให้ร่างกายดีขึ้นได้แบบง่าย ๆ เป็นของขวัญวันต้นปีที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเอง โดยแบ่งเวลาก่อนหรือหลังกิจกรรมที่คุณทำอยู่แล้วประจำวันแล้วเพิ่มรายละเอียดที่เราแนะนำเข้าไปอีกนิด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ

Health & Exercise

o??? ดื่มน้ำ 1 นาทีตอนตื่นนอน? เมื่อตื่นนอนแล้วควรดื่มน้ำ 1-2 แก้วเพื่อกระตุ้นการทำงานของอวัยวะและระบบขับถ่าย ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น หากหลัวลืม ให้วางขวดและแก้วน้ำไว้ที่หัวเตียงก่อนนอน เพื่อที่จะดื่มได้ทันทีที่ตื่นนอน

o??? หัวเราะ 15 นาทีก่อนอาหารเย็น? ผลัดกันเล่าเรื่องตลกกับคนในครอบครัวคนละ 1 เรื่องทุกวัน และหัวเราะเต็มเสียงให้ลมผ่านปาก ลำคอ ปอด กระเพาะ ลำไส้ใหญ่-เล็ก จนรู้สึกว่าอวัยวะทุกส่วนเคลื่อนไหว หรือจนรู้สึกเร็งหน้าท้อง เพื่อให้ร่างกายได้ออกซิเจนมากขึ้น ฟอกปอด ป้องกันการเวียนหัวและอ่อนเพลีย แถมยังเพิ่มความผูกพันในครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้นด้วย

o??? เดินเพิ่มขึ้น 15 นาทีก่อนเริ่มงาน? เปลี่ยนจากใช้ลิฟต์เป็นเดินขึ้น ? ลงบังไดแทน หรือขยับไปจอดรถไกลขึ้นอีกหน่อยเพื่อให้เดินไกลขึ้น โดยเดินให้เร็วขึ้นกว่าปกติ และเพิ่มระยะทางการเดินขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวันหากมีเวลาอาจไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ นอกจากได้ออกกำลังกายแล้วยังได้รับอากาศบริสุทธิ์ด้วย วิธีนี้เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องนั่งโต๊ะทั้งวัน จะช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวและออกแรงบ้าง

o??? กะพริบตาทุก 15 นาทีเมื่ออยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์? กระพริบตาเพิ่มขึ้น 1 ? 2 ครั้งทุก 15 นาที และเมื่อเลิกใช้คอมพิวเตอร์ให้กระพริบตาถี่ ๆ เพื่อให้แกวตาสะอาดและมีน้ำหล่อเลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ใส่แว่นตาหรือคอนแท็คท์เลนส์ยิ่งจำเป็น เพราะจะช่วยให้ตาไม่แห้งเกินไป

o??? ล้างมือ 1 นาทีก่อนเข้าห้องน้ำ? มีงานวิจัยพบว่า คนเข้าห้องน้ำโดยไม่ล้างมือมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกมากว่าคนที่ล้างมือก่อนเข้าห้องน้ำ แม้ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน แต่การล้างมือก่อนเข้าห้องน้ำก็ช่วยให้มือคุณสะอาดจากเชื้อโรคหากตองสัมผัสกับจุดซ่อนเร้น และไม่ก่อโรคให้ตัวเองแบบไม่ตั้งใจ ที่สำคัญ ออกจากห้องน้ำแล้วอย่าลืมล้างมืออีกครั้ง

o??? หยุดกิน 5 นาทีก่อนอิ่มจริง? ทุกครั้งเวลากินอาหารมื้อหลัก ให้หยุดกินก่อนอิ่มจริง 5 นาที และควรกินอาหารแค่ ?เกือบอิ่ม? เท่านั้นกระเพาะอาหารจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป

o??? ทำความสะอาดฟัน 10 นาทีหลังอาหาร? สุขภาพฟันสำคัญมากกว่าที่คิด ดังนั้นควรทำความสะอาดฟันทุกครั้งหลังกินอาหาร โดยเตรียมอุปกรณ์ติดไว้ที่ทำงานเสมอ เช่น แปรงสีฟัน ไหมขัดฟัน หากไม่สะดวก แค่บ้วนปากก็ยังดี

o??? ดื่มน้ำ 1 นาทีหลังอาหาร 1 ชั่วโมง? หากทำงานให้ห้องแอร์ ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 5-8 แก้ว เพราะอากาศแห้ง ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่าย ทำให้ผิวแห้ง ไม่สดใส เป็นตะคริว และรู้สึกอ่อนเพลีย โดยดื่มชั่วโมงละ 1 แก้ว แต่ไม่ควรดื่มน้ำมาก ๆ ก่อนและหลังมื้ออาหารทันที เพราะน้ำจะไปลดประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหาร ควรดื่มน้ำหลังมื้ออาหารไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำย่อยทำงานได้อย่างเต็มที่ และถ้าระหว่างกินอาหารรู้สึกอยากดื่มน้ำ ให้เปลี่ยนเป็นจิบน้ำแทน

o??? เดินเล่น 5 นาทีระหว่างรดน้ำต้นไม้? ช่วงเวลาเช้าเย็นที่แดดไม่จัดเกินไป อย่าลืมออกไปรดน้ำต้นไม้เพื่อรับวิตามินดากแสงแดดและออกกำลังกายโดยเดินเท้าเปล่าให้เท้าสัมผัสกับสนามหญ้าและละอองน้ำด้วย จะยิ่งรู้สึกสดชื่นขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสและการทรงตัวของฝ่าเท้าอีกด้วย

o??? นอนสมาธิ 10 นาทีก่อนนอน? เมื่อกำลังจะเข้านอนทุกคืน ให้สวดมนต์และนอกนหลับตาทำสมาธิไปเรื่อย ๆ สัก 10 นาที หรือจนกว่าจะหลับ โดยนอนหงาย วางมือบนท้อง กำหนดความรู้สึกไว้ที่การกระเพื่อมขึ้นลงของหน้าท้อง จิตใจจะสงบ ช่วยให้หลับสบายและหลับได้ลึกขึ้น

Organize Time

o??? วางแผน Weekly Planning ทุกคืนวันอาทิตย์? ในแต่ละสัปดาห์จัดลำดับความสำคัญของงานว่าอะไรที่ต้องทำก่อนหลัง นอกจากจะช่วยให้ชีวิตเป็นระบบมากขึ้น ยังทำให้การทำงานง่ายขึ้น ผลพลอยได้คือคุณมีเวลาเหลือพอที่จะทกิกรรมอื่น ๆ ได้อีกด้วย

o??? นัดหมายงานทุกวันจันทร์ 09.00 น.? หากต้องนัดเจรจาธุรกิจควรนัดวันนี้ เวลา 09.00 น. ? 10.00 น. เพราะหลังอาหารเช้า 1-2 ชั่วโมง สมองของคุณกำลังได้รับอาหารอย่างเต็มที่ แถมยังได้คิดงานมาคร่าว ๆ แล้วในช่วงสุดสัปดาห์ จึงมีทั้งกำลังสมองและแผนการดีกว่าวันอื่น ๆ ที่สำคัญการนัดหมายในวันเริ่มต้นสัปดาห์จะช่วยให้คุณมีเวลาทำงานนานขึ้นด้วย

o??? ดินเนอร์มื้อเย็นวันพุธและพฤหัสบดี? เมื่อต้องออกไปคุยงานต่อตอนเย็นหรือมีนัดดินเนอร์ ควรเบือกวันพุธหรือพฤหัสบดี เพราะช่วงวันกลางสัปดาห์ร้านอาหารมักว่าง คุยงานสะดวกขึ้น แล้วถ้าคุณอยากไปเที่ยวต่อ คนก็ไม่เยอะเกินไปด้วย

o??? จดรายการสินค้า 5 นาทีก่อนไปจ่ายตลาด? จดรายการสินค้าที่ต้องการเพื่อไม่ให้หลงลืมรายการใด ๆ และกำหนดว่าต้องมีผัก ผลไม้ ตามฤดูกาลที่มีในท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อให้ร่างกายมีภูมต้านทานกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป

o??? ออกกำลัง 17.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายตื่นตัวเต็มที่? คุณจึงรู้สึกสนุกและมีแรงเป็นพิเศษ การออกกำลังแควันละ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้น จะทำให้ร่างกายไม่ตื่นตัวเกินไปและหลับสบายด้วย

o??? อย่านอนตื่นสายในวันเสาร์ อาทิตย์? หากคุณรู้สึกไม่อยากลุกจากเตียงในวันเสาร์แล้วนอกนยาไปเรื่อย ๆ จะทำให้ไม่อยากลุกจากที่นอนในวันอาทิตย์ และส่งผลยาวมาถึงวันจันทร์ด้วย ดังนั้นอย่ามัวแต่นอนบิดขี้เกียจอยู่เลย ลุกขึ้นมาทำเช้าวันเสาร์ อาทิตย์ให้สดใสกันดีกว่าค่ะ

เห็นไหมคะว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ถูกมองข้ามไป ก็อาจกลายเป็นปราการสุขภาพที่ยิ่งใหญ่ของคุณได้เหมือนกัน

? ที่มา : Health&Cuisine


เคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

วันพุธ ต.ค. 29, 2008

ศาสตร์แพทยืแผนจีนเป็นภูมิปัญญาที่มีการปฏิบัติและสืบทอดมาอย่างยาวนาน มีข้อสรุปของแพทย์จีนที่มีชื่อเสียง รวมถึงคำสอนที่ต่อเนื่องกันมาเป็นหลักปฏิบัติตัวง่าย ๆ ผู้เขียวเห็นว่ามีประโยชน์ น่าจะนำมาวิเคราะห์ปรับใช้ในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองอย่างง่าย ๆ

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพพื้นฐาน ๑๒ ข้อ

๑.?????? ต้องหวีผมบ่อย ๆ

อาจใช้นิ้วทั้ง ๑๐ หรือหวี ทำการหวีผมบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ตาสว่าง ทำให้รากผมแข็งแรง

๒.???? ต้องถูใบหน้าบ่อย ๆ

??????? ใช่ฝ่ามือ ๒ ข้างถูหน้าบ่อย ๆ ให้เลือดมาเลี้ยงใบหน้า ทำให้ใบหน้าเปล่งปลั่ง ลบริ้วรอยเหี่ยวย่น

๓.????? ต้องเคลื่อนไหวดวงตาบ่อย ๆ

??????? บริเวณดวงตา เคลื่อนไหว มองไกล-มองใกล้ มองข้าง มองเข้าใน มองบน มองล่าง

๔.????? ต้องดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูบ่อย ๆ

??????? เป็นการกระตุ้นการไหลเวียเลือดบริเวณใบหู ช่วยป้องกันการเกิดเสียงดังในหู หูตึง เวียนศีรษะ รวมทั้งเป็นการบำรุงตานเถียน??? (???????????????? ) ตำแหน่งที่เก็บพลังของร่างกายใต้สะดือ สัมพันธ์กับไตซึ่งเปิดทวารที่หู

๕.???? ต้องหมั่นขบฟันเสมอ

??????? ขบเบา ๆ วันละหลายสิบครั้ง ช่วยทำให้ฟันแข็งแรง กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย

๖.?????? ดันเพดานปากด้านบนด้วยลิ้นบ่อย ๆ

??????? การใช้ปลายลิ้นกระตุ้นเพดานบนด้านหน้า เป็นการกระตุ้นจะดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลังของเส้นลมปราณตู๋และเยิ่น (ซึ่งเป็นเส้นลมปราณควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าของร่างกาย) และเป็นการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ น้ำลาย

๗.???? ต้องกลืนน้ำลายบ่อย ๆ

??????? ควรฝึกกลืนน้ำลายบ่อย ๆ นอกจากเป็นการเคลื่อนไหวพลังบริเวณคอหอย แล้วยังช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารด้วย

๘.???? ของเสียต้องหมั่นขับทิ้ง

??????? อุจจาระ และปัสสาวะ ต้องหมั่นขับทิ้ง ไม่ควรเก็บสะสมไว้ในร่างกายนานเกินไป เพราะจะทำให้เกิดโรคของลำไส้ และโรคทางเดินปัสสวะ (การตกค้างของของเสียสัมพันธ์กับการดูดซึมสารพิษกลับสู่ร่างกายอันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลายระบบรวมถึงมะเร็ง)

๙.?????? ต้องถูหรือนวดท้องบ่อย ๆ

??????? ให้นวดท้องตามเข็มนาฬิกา ช่วยทำให้การขับถ่ายของเสียดีขึ้น ลดไขมันหน้าท้อง เสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อหน้าท้อง ป้องกันกระเพาะอาหารหย่อนยาน

๑๐.?? ขมิบก้นบ่อย ๆ

??????? แต่ละวันควรจะต้องขมิบก้นวันละหลายครั้ง สามารถทำได้ทุกเวลา แม้ขณะทำงาน ยืน นั่ง นอน เป็นการป้องกันริดสีดวงทวารและป้องกันอาการท้องผูกได้

??????? ?ร่างกายคนถ้าอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ โดยไม่เคลื่อนไหว หรืออยู่ในท่าที่ข้อใดข้อหนึ่งหยุดนิ่งนาน ๆ จะทำให้เกิดโรคได้ง่าย?

๑๑.?? ต้องเคลื่อนไหวข้อทุกข้อ

??????? ร่างกายคนถ้าอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ โดยไม่เคลื่อนไหว หรืออยู่ในท่าที่ข้อใดข้อหนึ่งหยุดนิ่งนาน ๆ จะทำให้เกิดโรคได้ง่าย เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อผิดปกติ ขาดความยึดหยุ่น ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย จึงต้องสร้างสมดุลของกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ตรงข้ามกันโดยการเคลื่อนไหวข้อต่าง ๆ (โบราณใช้วิชาชี่กง ฝึกไท้เก้ก หรือฝึกโยคะ นั่นเอง)

๑๒. ถูผิวหนังบ่อย ๆ

??????? ใช้ฝ่ามือถูตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (เหมือนกับถูตัวเวลาอาบน้ำ) ช่วยทำให้เลือดและพลังไหลเวียนกล้ามเนื้อ ผิวหนัง มีความยึดหยุ่น มีความเปล่งปลั่ง

??????? โบราณกล่าวว่าการปฏิบัติเคล็ดลับดูแลสุขภาพพื้นฐาน ๑๒ ข้อนี้เป็นประจำ นอกจากจะปฏิบัติได้ง่ายแล้ว ยังประหยัดเงิน และรับรองเกิดผลดีอย่างแน่นอน ไม่เชื่อก็ลองดู

ที่มา : หมอชาวบ้าน