ถ้าคุณต้องใส่ คอนแทคเลนส์เป็นประจำ แต่มีดวงตาที่ไวต่อความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาแต่งหน้าแล้วรู้สึกคันหรือน้ำตาไหลเป็นประจำ นี่คือเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้คุณดูสวยใสได้แบบไร้ปัญหา Read the rest of this entry »
เคล็ดลับแต่งหน้าสำหรับสาวคอนแทคเลนส์
Posted by admin | Under เทคนิคการแต่งหน้า วันจันทร์ ก.ค. 26, 2010ผิวแห้ง
Posted by admin | Under ทริปการดูแลผิว วันพฤหัส เม.ย. 30, 2009ผู้ที่มีผิวหน้าแห้งจะรู้สึกว่าผิวหน้าตึงมาก? เวลายิ้มจะรู้สึกว่าแห้งมากจนหน้าแทบแตกทีเดียว? ผิวหน้าแห้งต้องการครีมหรือน้ำยาที่ให้ความชุ่มชื้นพอ ๆ? กับมือที่แตกแห้งกร้านต้องการน้ำยาบำรุงทีเดียว? แต่อย่าใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันโปะลงไปมากจนเกินไป? เพราะจะกลับทำให้รูขุมขนอุดตันอีก? ผู้ชำนาญด้านความงามหลายคนกล่าวว่า? ผิวแห้งต้องการน้ำ ?ไม่ได้ต้องการน้ำมัน? วิธีที่ดีที่สุดก็คือรักษาผิวหน้าให้ชุ่มชื้น? โดยใช้น้ำยาให้ความชุ่มชื้นเช็ดหน้าขณะที่ผิวยังเปียกน้ำชื้น ๆ
?????????????? สบู่อ่อน ๆ? ทีปราศจากหัวน้ำหอมเหมาะสำหรับผิวแห้งมากที่สุด? ก่อนล้างหน้า? ให้เช็ดเครื่องสำอางออกด้วยแอลกอฮอล์จาง ๆ? หรือน้ำวิทซ์เฮเซิล? จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำ? ผู้ที่มีผิวแห้งจะมีปัญหาหน้าเป็นขุย?? ในขณะที่ผู้ที่มีผิวหน้ามันก็จะวิตกเกี่ยวกับหน้าที่มันเยิ้มตลอดเวลา? ปัญหาของผู้ที่ผิวแห้งจะยิ่งมากขึ้นถ้าอากาศหนาวจัด
สภาพภูมิอากาศ
?????????????? สภาพอากาศมีผลต่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิว? ยกตัวอย่างเช่น น้ำยาให้ความชุ่มชื้นและครีมจะประกอบด้วยกลีเซอรีน? และตัวยาที่ใช้ความชุ่มชื้นต่าง ๆ? ที่เรียกว่าฮูเมกตัน ถ้าอากาศชื้นฮูเมกตันจะดึงความชุ่มชื้นจากอากาศมาให้ผิวของคุณ? แต่ถ้าอากาศแห้งฮูเมกตันจะดึงน้ำจากผิวของคุณออกไปสู่อากาศรอบข้าง? ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจึงให้คำแนะนำ? ให้ใช้ครีมหรือตัวยาที่ให้ความชุ่มชื้นถ้าคุณอยู่ในสภาพอากาศชื้น ๆ? แต่ถ้าคุณอยู่ในที่แห้งแล้วหรือมีความร้อนระอุแบบทะเลทราย? ให้ใช้น้ำมันชโลมผิว? ผู้ชำนาญด้านความงามยังมีความเห็นว่าแม้แต่ผู้ที่ผิวแห้งน้ำมันง่าย ๆ? ก็ยังใช้น้ำมันที่สกัดจากแร่ธาตุหรือเยลลีปิโตรเลียมได้ Read the rest of this entry »
ทดสอบดูว่าคุณมีผิวประเภทใด
Posted by admin | Under ทริปการดูแลผิว วันอังคาร เม.ย. 28, 2009วิธีตรวจสอบว่ามีผิวประเภทใด? ระหว่าง? ผิวแห้ง? ผิวมัน? หรือผิวผสม? ทำได้ดังนี้
?????????????? ลองใช้ครีมโกนหนวดล้างหน้า? ล้างน้ำให้สะอาด? รอดูผลประมาณสามชั่วโมง? เพื่อให้ผิวหน้าคืนสู่สภาพเดิม? จากนั้นใช้กระดาษนุ่ม? ๆ? บาง ๆ? ปิดหน้า? ถ้ากระดาษติดหน้าแสดงว่าหน้ามัน? ถ้าไม่ติดแสดงว่าหน้าแห้ง? ถ้ากระดาษติดหน้าเพียงบางแห่งแสดงว่าคุณมีผิวแบบผสมคือแห้งและมันเฉพาะที่
ผิวมัน
?????????????? ผู้ที่มีผิวมันนับว่าโชคดีอย่างหนึ่ง? เพราะใบหน้าจะไม่เหี่ยวย่นเร็วเหมือนผิวแห้ง แต่ข้อเสียก็คือผู้ที่มีผิวมันมักจะเป็นสิว? แม้ว่าจะเลยระยะที่เป็นวัยรุ่นแล้วก็ตาม? ถ้าผิวหน้ามัน แสดงว่าผิวมีลักษณะหยาบและรูขุมขนกว้าง? รวมทั้งผิวหน้ามันนั้นสกปรกง่ายทำให้เครื่องสำอางเปลี่ยนสี
?????????????? วัยที่ดีที่สุดของผู้ที่มีผิวมันก็คือ? ประมาณยี่สิบห้าปี? ระยะเวลาก่อนหน้านั้นผิวหน้าจะมีน้ำมันส่วนเกินทั่วใบหน้า? ต่อมาผิวหน้าอาจเปลี่ยนมาเป็นแบบผสมก็คือ? จะเป็นมันเฉพาะบริเวณ ?ตัวที?? (T)? คือ บริเวณหน้าผากด้านขวาง? จมูกและคาง
คำแนะนำเล็ก ๆ? น้อย ๆ? สำหรับผิวมัน
?????????????? ล้างหน้าด้วยสบู่? และน้ำอุ่นบ่อย ๆ? ล้างให้เกลี้ยงและเช็ดให้แห้ง? ใช้ฟองน้ำถูสัปดาห์ละสามครั้ง จากนั้นใช้น้ำยาสมานผิวเช็ดหน้า? เพื่อขจัดน้ำมันที่ยังเหลืออยู่
?????????????? น้ำยาสมานผิวไม่ได้ทำให้รูขุมขนใหญ่? ๆ? หมดไป? แต่ก็ทำให้รูขุมขนบนใบหน้าเล็ก? ลงเนื่องจากน้ำยานี้ทำให้ผิวหนังบริเวณรูขุมขนหดตัวลง? ทำให้ผิวดูเนียนขึ้น
?????????????? ถ้าผู้ที่มีผิวหน้าไม่สะดวกที่จะล้างหน้า? ให้ใช้กระดาษเช็ดหน้านุ่ม ๆ ซับหน้าหรือใช้ฟองน้ำสะอาด ๆ? ซับความมันบนใบหน้า? (ควรจะพกฟองน้ำนี้ติดตัวไว้ในกระเป๋าถือเป็นประจำ)? ใช้แป้งฝุ่นผัดหน้าเพื่อให้เครื่องสำอางต่างๆ? อยู่ติดหน้า? ควรสระผมบ่อย ๆ? ด้วยเพราะหนังศีรษะก็เป็นผิวหนังส่วนหนึ่งเช่นกัน
เครื่องสำอางสำหรับผิวมัน
?
?????????????? ผู้ที่มีผิวมันไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่ผสมน้ำมันโดยเด็ดขาด? ให้ใช้ชนิดทีผสมน้ำหรือปราศจากน้ำมันแทน? น้ำมันเป็นรายการแรกสุดหรือเกือบจะเป็นรายการแรก ๆ? ของส่วนประกอบในเครื่องสำอางแต่ละชนิด? หลังจากใช้เครื่องสำอางแต่งหน้าแล้ว? ไล้ด้วยแป้งฝุ่นหรือแป้งเด็กอีกครั้ง? อันที่จริงแล้วควรจะผัดหน้าด้วยแป้งฝุ่นหรือแป้งเด็กเสมอแม้ในขณะที่ไม่ได้แต่งหน้า Read the rest of this entry »
การซ่อนรอยตำหนิ
Posted by admin | Under ทริปการดูแลใบหน้า วันจันทร์ เม.ย. 27, 2009ผลิตภัณฑ์หลายชนิดผลิตขึ้นเพื่อใช้กลบเกลื่อนรอยสิว แต่ต้องตรวจสอบส่วนประกอบต่าง? ซึ่งอาจทำให้เป็นสิวมากขึ้น
?????????????? มีวิธีปกปิดรอยสิวหรือตำหนิต่าง ๆ? คือ? ใช้ปลายพู่กันที่ทาตาหรือสำลีพันปลายไม้จุ่มเครื่องสำอาง? แล้วแต้มที่รอยสิวนั้น? ทำเช่นนี้หลาย? ๆ? ครั้งจนผิวดูเนียน? จากนั้นใช้นิ้วสะอาดเกลี่ยให้เนียนอีกครั้งก่อนที่จะลงมือแต่งหน้า
วิธีบรรเทาผิวไหม้เนื่องจากแดด
Posted by admin | Under ทริปการดูแลผิว วันพฤหัส เม.ย. 23, 2009แม้แต่นักอาบแดดผู้แสนจะระมัดระวังตัวก็ยังเกิดอาการผิวไหม้จากแดดได้ในบางครั้ง? ด็อกเตอร์เฟรดริค? เฮเบอร์แมนผู้เชี่ยวชาญด้านความงามผู้มีชื่อเสียงระดับชาติได้ให้คำแนะนำในการบรรเทาผิวไหม้เนื่องจากแดดคือ? ถ้าตามเนื้อตามตัวเริ่มเป็นสีชมพูในขณะที่นั่งอยู่กลางแดดหมายความว่าผิวได้กลายเป็นสีแดงไปแล้ว? ขอให้รีบหลบแดดและอาบน้ำเย็นโดยเร็วที่สุด
ผิวไหม้เนื่องจากแดดในระยะแรก? ถ้าผิวบวมแดงและเริ่มรู้สึกปวดแสบปวดร้อน? แสดงว่าผิวเริ่มไหม้ระยะแรก? ครีมบรรเทาอาการผิวไหม้จำพวกไฮโดรติโซนซึ่งมีขายตามร้านขายยาทั่วไปจะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้? หรือจะปิดด้วยแผ่นผ้าที่ทำจากแป้งข้าวโพดที่ชุ่มชื้น? หรือน้ำมันที่สกัดจากข้าวโอ๊ตซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยาเช่นเดียวกัน? คุณอาจโรยผงแป้งโดยร่อนแป้งลงไปในอ่างน้ำที่ใส่น้ำเย็นไว้จนเต็ม? หรือใส่ข้าวโอ๊ตแห้ง ๆ? ลงในถุงน่องสะอาด? ๆ? หรือถุงผ้า แล้วเปิดน้ำให้ไหลผ่านถุงดังกล่าวไป? จากนั้นค่อยโยนข้าวโอ๊ตทิ้งไป
?????????????? คุณอาจบรรเทาผิวที่ปวดแสบปวดร้อน? โดยโปะผิวส่วนนั่นด้วยน้ำ? นมหรือน้ำวิทซ์เฮเซิลซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง? และปิดผิวหนังส่วนนั้นไว้เป็นเวลาสองถึงสี่ชั่วโมง? ผู้คนมักจะยืนยันว่าน้ำแข็ง ?น้ำเย็นจัด ๆ? นม? โยเกิร์ต? น้ำวิทช์เฮเซิล? น้ำแตงกวา? หรือชิ้นแตงกวา? ชิ้นแอปเปิล? รวมทั้งชิ้นมันฝรั่งซึ่งล้วนแต่หาจากในครัวได้นั้น? จะบรรเทาแผลปวดแสบปวดร้อนได้? แต่ขอแนะนำให้ใช้ น้ำส้มสายชูที่หมักจากแอปเปิล? บางคนก็จะโรยแป้งฝุ่นบนที่นอนแอสไพรินอาจช่วยระงับปวดและอาการผิวไหม้ได้ แต่ไม่สามารถลดอาการบวมแดงของผิวหนังได้
ผิวไหม้เนื่องจากแดดระยะที่สอง? ถ้าผิวแดงเหมือนกุ้งต้มและเป็นตุ่ม ๆ? แสดงว่ามีอาการผิวไหม้? เนื่องจากแดดในระยะที่สอง? และอาจมีอาการอักเสบได้? ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง
ขัดสีน้ำตาลอ่อน? (สีแทน)? จาง ๆ? ให้หลุดไป
?????????????? หลังจากที่ผ่านฤดูร้อนไปแล้วถ้ารู้สึกเบื่อผิวแทนจาง ๆ? ก็อาจเริ่มกำจัดผิวสีโคลนโดยใช้ไส้น้ำเต้าที่ใช้ขัดตัว? หรือแผ่นผ้าที่ใช้ขัดตัวถูผิวขณะอาบน้ำ? เติมน้ำมะนาวสามผลลงในน้ำที่อาบ? เพื่อกัดร่องรอยสุดท้ายของผิวสีทองแดงที่ได้มาด้วยความยากลำบากให้หมดไป? ใช้สีม่วงแต่งหน้าเล็กน้อย? เพื่อปกปิดสีเหลือง ๆ? ของผิวสีแทนที่กำลังจางลง ๆ Read the rest of this entry »
เทคนิคทำความสะอาดผิวหน้า อย่างชาญฉลาด
Posted by admin | Under ทริปการดูแลใบหน้า วันอังคาร พ.ย. 4, 2008เชี่ยวชาญทางด้านผิวพรรณของเครื่องสำอางอิปซ่า บอกกับเราว่า ขั้นตอนบำรุงผิวจะทรงประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อ ผิวหน้าอยู่ในสภาพที่พร้อมรับสารอาหารบำรุงอย่างเต็มที่

?ก่อนจะถึงขั้นตอนบำรุง ผิวหน้าคุณต้องสะอาดใสพร้อมที่จะเปิดรับสารบำรุง ขั้นตอนทำความสะอาดผิว โดยเฉพาะพวกคราบเครื่องสำอาง จึงเป็นขั้นตอนที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ? โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ ที่จำเป็นต้องแต่งหน้าเกือบทุกวัน การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางที่เหมาะกับตัวคุณจึงเป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกๆ ที่คุณต้องคำนึงถึง ?สิ่งสำคัญในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง ต้องยึดตามสภาพผิวหน้าของคุณเองว่า จัดอยู่ในประเภทไหน แต่ละแบบก็เหมาะกับสภาพผิวที่ต่างกัน?
-Skin
Normal Skin
สำหรับสาวๆ ที่มีสภาพผิวธรรมดา แนะนำให้เลือกใช้คลีนซิ่งเจล เนื่องจากแบบเจลมีคุณสมบัติในการชำระล้างคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรก โดยที่ยังรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิวไว้
Oily Skin
ผิวมันเหมาะกับคลีนซิ่งออยล์ เนื่องจากคุณสมบัติโดดเด่นของคลีนซิ่งประเภทนี้ สามารถทำความสะอาดได้ล้ำลึกโดยการเข้าไปละลายสิ่งสกปรกให้หลุดออก ในขณะเดียวกันก็จะดึงน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้าให้ออกมาพร้อมกับคราบสิ่งสกปรกบนผิว ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว คนผิวมันมีแนวโน้มที่น้ำมันจะผลิตออกมากกว่าปกติ ถึงแม้ออลย์จะล้างเอาความน้ำมันส่วนเกินบนผิวออกมาด้วย ก็ไม่ทำให้ผิวหน้ารู้สึกแห้งตึง เพราะหลังจากนั้น น้ำมันก็จะผลิตออกมาทดแทน
Dry / Sensitive Skin
คนที่มีผิวแห้งจนถึงแพ้ง่าย แนะนำให้ใช้คลีนซิ่งมิลค์ เพราะผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะอ่อนโยนที่สุดกับสภาพผิวหน้าที่บอบบาง
-Top Tip
ถ้าบางวัน คุณต้องออกงานและจำเป็นต้องแต่งตาสีจัดๆ บวกกับติดขนตาปลอมแผงเบ้อเร่อ
ขอแนะนำให้ชุบสำลีลงในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง และแปะทิ้งไว้ตรงเปลือกตาโดยไม่ต้องขยี้ ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นจึงค่อยเช็ดออกในแนวดิ่ง เท่านี้คาบกาวติดขนตาปลอม ประกายกากเพชร รวมถึงคราบมาสคาร่าและอายไลเนอร์หนาๆ ก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายดายแล้วล่ะ
Q: แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสภาพผิวของเราจัดอยู่ประเภทไหน
A: หลังจากล้างหน้าไปแล้วประมาณ 20 นาที ยังคงมีน้ำมันจนคุณรู้สึกได้ นั่นแสดงว่า แนวโน้มผิวของคุณอยู่ในกลุ่มผิวมัน แต่ถ้าหลังล้างหน้าผ่านไป 1ชั่วโมง คุณรู้สึกว่า ผิวหน้าแห้งกร้าน ไม่มีความชุ่มชื้นเลย ผิวของคุณจัดอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีผิวแห้ง แต่ก็ขอแนะนำให้คุณไปเช็กสภาพผิวกับผู้เชี่ยวชาญที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางจะดีกว่า เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด
Q: ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางคุณภาพดี หลังใช้แล้วควรให้ผลลัพธ์เช่นไร
A: หลังทำความสะอาดแล้ว ผิวหน้าจะต้องไม่แห้งตึง บางคนเข้าใจผิดว่า ผิวหน้าแห้งๆ อย่างนี้นี่แหละคือผิวที่สะอาดหมดจดจริงๆ อาการแห้งตึงดังกล่าว มีสาเหตุมาจากการสูญเสียความชุ่มชื้น ซึ่งเกิดจากขั้นตอนทำความสะอาดผิว ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่ดี ต้องเลือกชำระเฉพาะคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกเท่านั้น โดยที่ยังคงความชุ่มชื้นให้กับผิว
-ปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางในแต่ละครั้งที่เหมาะสมกับการทำความสะอาดผิวหน้า
ใช้ประมาณ 2-3 ปั๊มต่อครั้ง แต่ถ้าผลิตภัณฑ์เป็นตัวบีบ แนะนำให้บีบออกมาใช้ประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าเหรียญบาทและแต้มให้ทั่วใบหน้าและคลึงวนให้ทั่ว ไม่ว่าจะเป็นแบบออยล์ เจล หรือน้ำนม คุณควรใช้วิธีนวดและคลึงเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า เพื่อละลายเครื่งสำอางที่เคลือบผิวหน้า
-เมื่อก่อนสาวๆ อาจเคยใช้โฟมล้างหน้าล้างทำความสะอาดเมคอัพบนผิวหน้า
แต่หลังจากทดสอบแล้ว โฟมล้างหน้าไม่สามารถล้างคราบเมคอัพได้อย่างหมดจดได้เทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางโดยเฉพาะ หลังล้างเสร็จ ผิวอาจรู้สึกสะอาดแห้งตึงก็จริง แต่คราบแป้งและรองพื้นก็ยังคงล้างออกไม่หมด ถ้าคุณใช้โฟมล้างหน้าทำความสะอาดคราบเมคอัพไปนานๆ
จะส่งผลให้เกิดการสะสมจนผิวหน้าหมองคล้ำและอาจเกิดการอุตตันบนผิวขึ้นได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางก่อนทุกครั้งในวันที่แต่งหน้า เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์จะ
มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถซึมลงไปทำความสะอาดถึงบริเวณรูขุมขน จนสิ่งสกปรกตามซอกลึกละลายออกมา จากนั้นจึงตามด้วยการใช้โฟมล้างหน้า
-วิธีการล้างเครื่องสำอางที่ถูกต้อง
ผิวรอบดวงตา
ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางมาก เวลาทำความสะอาดแนะนำให้หยดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใส่ลงสำลีพอประมาณจากนั้นเช็ดออกอย่างเบามือ ห้ามถูไปถูมาเด็ดขาด ถ้าเป็นตรงเปลือกตา ก็ค่อยๆ เช็ดลงมาจนถึงตรงขอบตา เพื่อจะรูดมาสคาร่าให้ติดออกไปตามปลายขนตา สำหรับตรงขอบตา ก็แนะนำให้พับสำลีเป็นมุมสามเหลี่ยมเช็ดออกอย่างเบาๆ
ริมฝีปาก
เมื่อพับสำลีเป็นสามเหลี่ยมแล้ว ก็ใช้ตรงมุมเช็ดตามร่องปาก โดยเช็ดในแนวดิ่งจากด้านในออกมาตรงด้านนอกริมฝีปาก ไม่แนะนำให้ถูในแนวขวาง เพราะจะทำให้ริมฝีปากแตกและถ้าทำซ้ำๆ นานๆ ไป มีผลให้ริมฝีปากเป็นร่องและมีรอยย่นเหี่ยว
ผิวหน้า
เริ่มจากบริเวณที-โซนก่อน โดยเริ่มวนจากบริเวณหน้าผาก จมูกและคาง และควรใช้นิ้วนางและนิ้วกลางสำหรับคลึงวนในการทำความสะอาดโดยคลึงวนออกตามจุดต่างๆ บนผิวหน้า ถ้าคุณเลือกใช้คลีนซิ่งออยล์ ก็สามารถล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดได้เลย แต่ถ้าเป็นคลีนซิ่งเจลหรือน้ำนม คุณต้องซับหน้าด้วยทิชชูก่อน แล้วค่อยตามด้วยน้ำสะอาดและโฟมล้างหน้า
Beauty Myth
The Myth:
คนผิวมันไม่ควรใช้คลีนซิ่งออยล์ เพราะจะทำให้ผิวยิ่งมันมากขึ้น
The Truth:
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ เพราะคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์จะแตกต่างกัน สำหรับผลิตภัณฑ์คลีนซิ่งออยล์ของอิปซ่า ตัวออยล์จะเข้าไปทำปฏิกิริยาในลักษณะที่นำออยล์มาปะทะกับน้ำมันในผิวและดึงน้ำมันให้ออกมาพร้อมกับการล้างหน้า ซึ่งแตกต่างกับการ
ใช้เบบี้ออยล์ มีหลายคนเลือกใช้เบบี้ออยล์เช็ดล้างเครื่องสำอาง คุณสมบัติแท้จริงของเบบี้ออยล์จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ใช่ออยล์ชนิดที่ใช้สำหรับทำความสะอาดผิวหน้า ดังนั้น หลังใช้ผิวหน้าจึงมันวาว
Pro Tip
ถ้าจะล้างเครื่องสำอางให้ออกอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด มือและผิวหน้าจะต้องแห้ง
ที่มา : First Magazine
วิธีแต่งหน้าและปากให้เข้ากัน
Posted by admin | Under เทคนิคการแต่งหน้า วันอังคาร พ.ย. 4, 2008ขอเอาใจคนที่ชอบแต่งหน้า โดยขอแนะนำเทคนิคการแต่งหน้าและปากให้เข้ากัน…
1. ลงคอนซีลเลอร์ลบรอยคล้ำใต้ตาตามด้วยรองพื้นและแป้งฝุ่นให้ทั่วใบหน้า จากนั้นลงครีมบลัชเฉดสีพีชบริเวณข้างแก้มแล้วใช้นิ้วมือไล้ให้จางเข้ามาด้านหน้าแก้ม หลังจากนั้นจึงลงครีมบลัชเฉดสีชมพูบริเวณด้านหน้าแก้มแล้วเกลี่ยออกด้านข้างให้กลมกลืน
2. ลงอายแชโดว์สีชมพูอ่อนบริเวณหางตาแล้วเกลี่ยขึ้นไปให้ทั่วเปลือกตาบน
3. ลงอายแชโดว์เฉดสีน้ำเงินอมม่วงให้ทั่วเปลือกตาล่าง แล้วไล้ขึ้นไปให้เหลื่อมกับอายแชโดว์สีชมพูเล็กน้อย
4. วาดขอบตาบนและล่าง ด้วยฟลูอิดไลเนอร์สีดำเทา โดยวาดขอบตาบน ตั้งแต่หัวตาจรดหางตา ขอบตาล่างตั้งแต่หางตาถึงกึ่งกลางตา แล้วทาทับด้วยอายแชโดว์เฉดสีเขียวเข้ม จากนั้นลงอายแชโดว์สีทองประกายมุกบริเวณหัวตาเพื่อเพิ่มความสดใส หลังจากนั้นจึงดัดขนตาให้งอนงามแล้วปัดทับด้วยมาสคาร่าสีน้ำทะเล
5. ริมฝีปากอิ่มสวยด้วยลิปสติกและลิปกลอสโทนสีส้มธรรมชาติ
รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองนำเทคนิคนี้ไปแต่งหน้ากับปากให้เข้ากันดูได้.
ที่มา : นสพ.เดลินิวส์ / ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต
Make-up อัพลุคสวย เฉี่ยว ไปงานดินเนอร์
Posted by admin | Under เทคนิคการแต่งหน้า วันอังคาร พ.ย. 4, 2008สอนแต่งหน้า ด้วยขั้นตอนง่ายๆให้กับคุณสาวๆ ได้สวยเฉี่ยวไปงานดินเนอร์ แบบที่ใครเห็นต้องเหลียวหลัง ไปลองแต่งตามขั้นตอนนี้กันเลย…
ขั้นตอนการแต่งหน้า
1. ลงเบส ปรับสภาพผิวให้หน้าดูผ่อง
2. คอนซิลเลอร์ ปกปิดใต้ตา
3. ทารองพื้น ให้ทั่วหน้า เกลี่ยให้ดูมีมิติ แต่อย่าให้หนาเกิน
4. เกลี่ยรองพื้นด้วยฟองน้ำที่มีเนื้อละเอียด และบางเบา
5. ปัดครีมสีส้ม ตรงแก้มแล้วเกลี่ยให้เนียน
6. ลงแป้งฝุ่น แล้วเกลี่ยให้เนียน
7. ไล้จมูกให้มีรูปทรง ดูสวยงาม
8. ลงไฮไลท์ใต้ตา
9. ลงอายแชโดว์สีขาว ทั่วทั้งเปลือกตา
10. ลงอายแชโดว์สีเขียว-ทองเมทาลิคอายแชโดว์สีดํา บริเวณเปลือกตาล่าง ไล่จาก กลางตาถึงหางตาและตีโค้งตรงขอบบล็อกตา
12. เขียนขอบตาล่างด้วยดินสอเขียนขอบตาสีดํา
13. กรีดอายไลน์เนอร์เส้นใหญ่ แต่ชิดขอบตา
14. ใช้แปรงปัดหัวคิ้ว
15. ใช้ดินสอลากหางคิ้ว
16. ดัดขนตาให้ดูงอนงาม
17. ปัดขนตาด้วยมาสคาร่า
18. ปัดแก้มสีส้ม
19. ทาปากสีนู๊ดอ่อน
เป็นยังไงคะ หลังจากที่ได้ดูขั้นตอนการแต่งหน้าไปแล้ว คุณสาวๆ น่าจะพอแต่งกันเองได้นะคะ ลองแล้ว สวยขึ้นยังไงบ้าง อย่าลืมกลับมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ….. บ้ายบาย
ที่มา : นิตยสาร Crystal
แต่งสวย เติมแต่ง จุดเด่นบนใบหน้า . . . 4 จุด
Posted by admin | Under เทคนิคการแต่งหน้า วันอังคาร ต.ค. 28, 2008ในส่วนต่างๆ ของใบหน้า คิ้ว ตา แก้ม และปาก ถือเป็นจุดเด่นที่สุดของใบหน้า ดังนั้นการแต่งสวย เติมแต่ง จุดดังกล่าว จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ จุดที่ว่านี้เป็นจุดที่มองเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้น ผู้เขียนมีหลักการเลือกใช้สีสันเครื่องสำอางมาแต่งแต้มให้ 4 จุดเด่นของใบหน้างามเด่นชัดน่ามองมากยิ่งขึ้น
จุดที่ 1 เปลือกตา
เป็นส่วนของใบหน้า ที่สามารถใช้สีสันของอายแชโดว์ ได้หลากหลายที่สุด สำหรับสาวไทยส่วนใหญ่ที่มีสีผิวออกเหลือง การเลือกใช้อายแชโดว์ในกลุ่มโทนร้อน จึงเหมาะสมที่สุด ซึ่งสีที่ว่านี้ได้แก่ สีส้ม น้ำตาล ทอง สีเบท เป็นต้น แต่ใช่ว่าจะไม่สามารถเลือกทาอายแชโดว์กลุ่มสีโทนเย็นไม่ได้ เราสามารถทาได้อยู่ แต่ทั้งนี้เพื่อให้สีสันออกมาดูดี และตรงกับสีผิวของสาวไทยมากที่สุด
คุณผู้อ่านควรหัดผสมสีอายแชโดว์ให้ได้สีที่ออกมากลมกลืน และได้สีตามที่เราต้องการ อย่างเช่น ทาอายแชโดว์สีเบท (โทนร้อน) เป็นสีไฮไลน์ทั่วเปลือกตา จากนั้นตามด้วยสีเทาเงิน (โทนเย็น) ไล่จากขอบตาบนขึ้นไปเหนือตาพับ ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มออกดำ (โทนร้อน) ตัดบริเวณหางตา เกลี่ยให้สีกลมกลืมกัน ซึ่งการแต่งตาลักษณะนี้เรียกว่าการแต่งตารูปแบบ วี-เชป(V-Shape) ซึ่งจะทำให้ตาดูโตมากขึ้น แต่การแต่งในลักษณะนี้มีความยากกว่าการแต่งตากลม คือต้องไล่ระดับสีให้กลมกลืนกันทั้งสองข้าง
และที่สำคัญสีอายแชโดว ที่นำมาตัดบริเวณหางตาต้องเกลี่ยให้เนียน ไม่มีรอยเส้น สำหรับการแต่งเปลือกตาให้ออกมาสวยงามนั้น นอกเหนือจากการเลือกใช้อายแชโดว์แล้ว การดัดขนตา ปัดมาสคาร่า ก็ถือว่าเป็นจุดสำคัญเช่นกัน วิธีการดัดขนตาที่ถูกต้อง คุณผู้อ่านต้องเลือกซื้อเลือกใช้ที่ดัดขนตาที่มีแผ่นรองรับเป็นยางหรือซิลิโคนเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ผู้เขียนขอแนะนำว่าควรเลือกใช้แบบซิลิโคนจะเป็นการดีครับ เพราะเวลาดัดขนตาจะไม่หักงอ แต่ที่ตัดขนตาที่ว่านี้จะมีราคาค่อนข้างแพง แต่รับรองครับว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปแน่นอน . . .
ขั้นตอนการดัดขนตาที่ถูกต้อง ถ้าขนตาสั้นควรตัดขนตา 2 ขั้นตอน คือ ชิดขอบตาและปลายขนตา ส่วนคนที่มีขนตายาวต้องดัด 3 ขั้นตอน คือ ชิดขอบตา กึ่งกลาง และปลายขนตา การเลือกใช้มาสคาร่าในการปัดขนตาผู้เขียนแนะนำว่าควรเลือกใช้มาสคาร่าสีดำกันน้ำ เวลาใช้ควรปัดมาสคาร่าที่ขนตาล่างก่อน จากนั้นค่อยปัดขนตาบน ถ้ามาสคาร่าเปรอะเลอะขอบตา ปล่อยให้แห้งจากนั้นใช้คัตตั้มบัด สะกิดจุดดังกล่าวออก ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้มาคาร่าจะออกง่ายและไม่เลอะมากยิ่งขึ้น
จุดที่ 2 คือ คิ้ว
การแต่งคิ้วให้สวยเป็นธรรมชาตินั้น ถือว่าแต่งได้ยาก แต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าคุณผู้อ่านท่านใดที่มีโครงคิ้ว และขนคิ้วที่สวยอยู่แล้วเพียงแค่กันขนคิ้วที่ขึ้นเกะกะ ให้เป็นระเบียบจากนั้นใช้มาสคาร่าสีน้ำตาลปัดขนคิ้วเบาๆ ให้เข้ารูปทรง ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้ามีเนื้อคิ้วที่น้อย
การแต่งคิ้วให้เป็นธรรมชาติ ผู้เขียนแนะนำว่าควรใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลไล้เบาๆ ไม่ควรเขียนคิ้วให้เป็นแท่ง หรืออเป็นเส้น เพราะแลดูไม่เป็นธรรมชาติ และที่สำคัญความเข้มของคิ้วต้องอยู่บริเวณหางคิ้ว และความยาวของคิ้วไม่เกินหางตา
จุดที่ 3 คือ แก้ม
การแต่งแก้ม ณ ปัจจุบันนี้เน้นความระเรื่อแลดูมีเลือดฝาด สุขภาพผิวดี วิธีแต่ง เลือกใช้ปลัชออนสีชมพู หรือสีส้ม โดยเริ่มปัดปลัชออนจากบริเวณจอนผมปัดเข้ามาหาจมูก อยู่ตรงบริเวณกึ่งกลางตาตำ จากนั้นเกลี่ยสีบลัชออนกลับในแนวทางเดียวกันให้สีของบลัชออนหายเข้าไปในแนวจอนผม โดยเกลี่ยให้สีกระจายสม่ำเสมอ ถ้าสีบรัชออนมากเกินไปหรือเข้มเกินไป วิธีแก้ใช้พัฟที่มีแป้งฝุ้นติดอยู่กดซับเบาๆ ก็จะช่วยลดสีของบัชออนลงได้
จุดที่ 4 คือ ปาก
การแต่งปาก ให้ออกมาสวยงามนั้น ลิปสติก ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเสริมให้เรียวปากสวยน่ามองยิ่งขึ้น สำหรับสีลิปสติกที่จะเลือกมาแต่งแต้มให้ริมฝีปากนั้นก็สามารถเลือกสีได้ตามใจชอบ ถ้าเป็นสาวมั่น สีแดงสด น้ำตาลเข้ม สีม่วงอมแดง จะเหมาะกับคุณมากที่สุด แต่ ถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองก็เลือกสีลิปสติกอ่อนๆ จะเป็นการดี ที่สุด หรือจะเลือกใช้ลิปกลอสทาให้ริมฝีปากออกสีระเรื่อ แค่นี้ก็อินเทรนด์สุดๆ แล้ว แต่ทั้งนี้ต้องดูโอกาส และสถานที่ด้วย
การแต่งหน้าให้มีสีสัน ไม่ใช่เพียงแค่นำสีสันของเครื่องสำอางมาละเลงบนใบหน้า ให้เกิดสีสันเท่านั้น ซึ่งทุกวันนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะปฏิบัติอย่างที่ผู้เขียนกล่าวมาข้างต้น โดยไม่คำนึงว่า สิ่งที่แต่งอยุ่ทุกวันนี้มันช่วยสร้างให้ตัวคุณสวยขึ้นหรือแย่กว่าเติม เพราะฉะนั้นการเรียนรู้การแต่งหน้าที่ถูกวิธี ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการเสริมความงามให้คุณสวยมากยิ่งขึ้น
?
ที่มา : MEDIA THAI POST
“ลอร่า” แนะเคล็ด (ไม่) ลับ ฉบับแต่งหน้า
Posted by admin | Under เทคนิคการแต่งหน้า วันอังคาร ต.ค. 28, 2008|
|
