โภชนาการกับการออกกำลังกาย

วันอาทิตย์ ส.ค. 30, 2009

วัยเรียนและวัยรุ่น เป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องได้รับอาหาร 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและสุขภาพที่ดี อย่างไรก็ตามการเจริญเติบโตและสุขภาพของร่างกายจะสมบูรณ์ได้ไม่เต็มที่ถ้าปราศจากการออกกำลังกาย วัยเรียนและวัยรุ่นเป็นวัยที่มีกิจกรรมการเล่น และการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาค่อนข้างมาก การออกกำลังกายที่เหมาะสมจะช่วยร่างกายใช้ประโยชน์จากอาหารที่กินอย่างมีประสิทธิภาพและกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโต ดังนั้น การส่งเสริมให้เด็กได้รับอาหารที่เหมาะสมร่วมไปกับการออกกำลังกายอย่างเพียงพอจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเจริญเติบโตโดยเฉพาะความสูง และสุขภาพของเด็กทั้งในปัจจุบันและเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เด็กที่ออกกำลังกายมากหรือเป็นนักกีฬา จะมีการใช้พลังงานมากกว่าเด็กทั่วไปและมีการสูบเสียน้ำและแร่ธาตุมากขึ้น จึงควรกินอาหารที่ให้พลังงานอย่างเพียงพอสมดุลกับกิจกรรมที่ใช้ในแต่ละวัน โดยควรเพิ่ม ข้าวแป้ง ผลไม้หรือน้ำผลไม้ เพื่อเพิ่มพลังงานและดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มประเภทเกลือแร่ และเครื่องดื่มชูกำลัง Read the rest of this entry »


อยากสูง…ทำอย่างไรดี

วันอาทิตย์ ส.ค. 30, 2009

ความสูงเป็นสิ่งที่วัยรุ่นปรารถนา นอกจากนี้ ความสูงเป็นสิ่งต้องการสำหรับการเล่นกีฬาและการประกอบอาชีพบางอย่าง ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่จะทำให้สูงได้ตามศักยภาพของพันธุกรรมอีกช่วงหนึ่งของชีวิต โดยทั่วไป วัยรุ่นหญิงจะหยุดสูงเมื่ออายะประมาณ 17 ปี และวัยรุ่นชายจะหยุดสูงเมื่ออายุประมาณ 19 ปี โภชนาการมีความสำคัญยิ่งต่อการช่วยพัฒนา ความสูง ถ้าเลยวัยนี้แล้วจะไม่สามารถทำให้สูงได้ตามต้องการ เพื่อให้ร่างกายสูงขึ้นดังปรารถนา การกินอาหรให้ครบ 5 หมู่ ที่สมดุลและมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของร่างกายจึงมีความสำคัญมาก สารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเสริมสร้างความสูง ได้แก่ สารอาหารโปรตีนซึ่งสำคัญสำหรับสร้างเนื้อเยื่อเพื่อเป็นฐานโครงสร้างของกระดูก โปรตีนที่ได้จากอาหารจะต้องเป็นโปรตีนคุณภาพดีซึ่งจะได้จากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไข่ และนม สารอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนี่งก็คือแคลเซียม ซึ่งวัยรุ่นต้องการในปริมาณที่สูงมาก เมื่อเทียบกับวัยอื่น ๆ พบว่า เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นที่ไม่ดื่มนม จะได้รับแคลเซียมจากอาหารประมาณ 1 ใน 3 ของความต้องการใน 1 วัน การดื่มนมอย่างน้อยวันละ 2 แก้วจึงเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากการกินอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการดังกล่าวแล้ว การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาเป็นประจำและการหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโตช่วยพัฒนาความสูงให้เป็นไปตามปกติ และพบว่ากีฬาประเภทที่มีการยึดตัว เช่น ว่ายน้ำ บาสเตบอล และโหนบา จะช่วยพัฒนาความสูงได้ดีกว่ากีฬาประเภทอื่น ๆ Read the rest of this entry »


โภชนาการสำคัญต่อเด็กวัยก่อนเรียน

วันอาทิตย์ ส.ค. 30, 2009

วัยก่อนเรียนที่มีอายุระหว่าง 1-6 ปี การเจริญเติบโตของสมองยังเป็นไปอย่างรวดเร็วจนถึงอายะ 2 ขวบ การเจริญเติบโตของสมองจะเร็วมากถึง 80% ของผู้ใหญ่ การเจริญเติบโตจะเห็นได้ชัดเจนทางร่างกายทั้งน้ำหนักและส่วนสูง โดยเฉพาะน้ำหนักเมื่อแรกเกิดหนักประมาณ 3 กิโลกรัม ต่อมาจะเพิ่มเป็น 4 เท่า เมื่ออายุ 2 ปี ส่วนความสูงแรงเกิดยาวประมาณ 50 เซนติเมตร และจะเพิ่มเป็น 100 เซนติเมตร เมื่ออายุ 4 ปี
การเติบโตดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับอาหารต่าง ๆ ที่มีคุณภาพในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม เพราะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อาหารสำหรับเด็กวัยก่อนเรียนจึงเป็นการวางรากฐานชีวิตที่ดีสำหรับเด็กทั้งในขณะที่อยู่ในวัยนี้และระยะต่อไป การขาดอาหารในระยะนี้จะมีผลต่อการพัฒนาร่างกายและสมองมากที่สุดเลย เพราะทำให้เด็กมีสติปัญญาการเรียนรู้ด้อยลง ร่างกายแคระแกรนไม่แข็งแรง เจ็บป่วยง่ายมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าเด็กอื่น พ่อแม่จึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารให้เด็กในวันนี้อย่างถูกต้องและเพียงพอกับความต้องการตามวัยด้วย และที่สำคัญต้องมีความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเด็กด้วย เพราะในบางครั้งเด็กอาจเบื่ออาหาร ห่วงเล่น ปฏิเสธอาหารแปลก ๆ ใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ Read the rest of this entry »


ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย

วันพุธ มิ.ย. 3, 2009
  1. ทุกครอบครัวจำเป็นต้องรู้จักอาการที่เป็นสัญญาณอันตรายต่อแม่และเด็กขณะตั้งครรภ์และคลอด? เพื่อจะได้วางแผนปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง? และขอรับการช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดปัญหาขึ้น
  2. อันตรายจากการตั้งครรภ์และการคลอดจะลดลง? ถ้าแม่ไปฝากครรภ์ตั้งแต่เริ่มรู้ว่าตั้งครรภ์? และไปรับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอตามกำหนดอย่างน้อย? 4? ครั้ง? จากบุคลากรทางการแพทย์? หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้รับการฝึกอบรมให้ความรู้? เจตคติ? และ? ทักษะเป็นอย่างดี
  3. หญิงทุกคนต้องการอาหาร? การพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจเพิ่มขึ้น? และต้องการการดูแลเอาใจใส่ด้านจิตใจจากสามีและบุคคลรอบข้างตลอดระยะตั้งครรภ์การคลอด? และหลังคลอด
  4. หญิงตั้งครรภ์ควรควรหลีกเลี่ยงบุหรี่? สุรา? สารเสพติด? สารพิษ? มลพิษ และการถูกทำร้ายร่างกาย? ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อแม่ตั้งครรภ์และเด็ก
  5. หญิงที่มีสุขภาพแข็งแรง? มีภาวะโภชนาการดี? ได้รับการศึกษาและได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีตั้งแต่วัยเด็ก? และวัยรุ่น? จะมีปัญหาน้อยกว่าในการตั้งครรภ์และการคลอด
  6. หญิงทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับบริการสุขภาพ? โดยเฉพาะระหว่างการตั้งครรภ์? การคลอด? ??บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขต้องให้บริการที่มีคุณภาพ? ด้วยความนับถือในสิทธิของผู้หญิงทุกคน

?ที่มา : นิตยสารหมอชาวบ้าน

นพ.ประวิตร? พิศาลบุตร


บำรุงผิว

วันศุกร์ พ.ค. 15, 2009

แช่น้ำให้ผิวนุ่ม

?????????????? แช่น้ำนาน ๆ? จนกระทั่งผิวกระด้าง? ? ตามเท้า? ข้อศอก? อ่อนตัวลง? แล้วค่อยเอาฟองน้ำ? หรือหินขัดตัวผิวหนังบริเวณดังกล่าว? อย่าขัดแรงเกินไปจนหนังถลอก? เพียงแค่ขัดผิดแห้ง ๆ? ออกเท่านั้น

น้ำมันที่ใส่ในน้ำอาบ

?????????????? บางคนชอบใส่น้ำมันลงในน้ำก่อนลงแช่ตัว? แต่บางคนก็ชอบแช่น้ำประมาณห้าถึงยี่สิบนาทีให้รูขุมขนเปิด? ก่อนที่จะเหยาะน้ำมันลงในอ่างอาบน้ำ? ไม่ว่าจะเลือกวิธีใดก็ขอให้ระวัง? เพราะน้ำมันจะทำให้พื้นอ่างอาบน้ำลื่น

?????????????? ควรทาน้ำมันก่อนที่จะแช่ตัว? และควรทาโลชั่นหรือน้ำมันบำรุงผิวทันทีที่อาบน้ำเสร็จ? คือในขณะที่ผิวยังชื้น ๆ? อยู่? (หลังจากอาบน้ำควรซับน้ำแต่ไม่ใช่ถูแรง ๆ )? กล่าวกันว่าโลชั่นหรือน้ำมันช่วยเก็บความชื้นของผิวไว้? เยลลีปิโตรเลียมก็เก็บความชื้นได้ดีเช่นกัน เอาเยลลีใส่ฝ่ามือถู ๆ? ให้เข้ากันแล้วทาให้ทั่วตัว? ถ้าชอบอะไรที่บางกว่านี้ก็ขอให้น้ำมันของเด็กหรือน้ำมันที่สกัดจากแร่ธาตุ

?????????????? ในบริเวณซอกแขนขาจะมีกลิ่นอับเนื่องมาจากแบคทีเรีย? ผู้ที่อาบน้ำบ่อย ๆ? ไม่ได้ก็อาจใช้แอลกอฮอล์บริเวณซอกแขนขา? เพื่อฆ่าเชื้อโรคและกำจัดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว

?????????????? หลังจากอาบน้ำตอนเช้าแล้ว? ควรทาโลชั่น? เก็บครีมและน้ำมันไว้ใช้หลังอาบน้ำเย็นและเสริมสวยก่อนเข้านอน? โลชันมีตัวยาเบากว่า? และทำให้เลือกเสื้อผ้าได้ง่ายกว่า? ตัวยาให้ความชุ่มชื้นแบบเข้มข้นนั้นจะประกอบด้วยเพโทรลาตัมและน้ำมันจากแร่ธาตุ? ควรอ่านฉลากเพื่อดูว่าโลชั่น?? ครีม? หรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กชนิดใดที่จะมีความเข้มข้นมากที่สุด? โดยทั่ว ๆ? ไปแล้วมักจะพิมพ์ส่วนประกอบเพโทรลาตัม? หรือน้ำมันจากแร่ธาตุไว้ตอนบนของรายการพอมาถึงเรื่องอาบน้ำให้สวยละก็? ผู้หญิงแต่ละคนมีสูตรที่โปรดปรานเฉพาะตัว? ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้

นมมหัศจรรย์??

?????????????? เทนมผงพร่องมันเนยไขมันหนึ่งกล่องหรือนมพร่องไขมันหนึ่งควอทลงในอ่างอาบน้ำที่มีน้ำอุ่น ๆ? แล้วลงแช่? วิธีนี้ใช้รักษษผิวที่ไหม้แดดได้ดี

เกลือจากน้ำทะเล

?????????????? ถ้าจะอาบน้ำให้สะอาดเอี่ยมจริง ๆ? ให้เติมเกลือจากน้ำทะเลครึ่งปอนด์ลงในน้ำอุ่น ๆ? ผู้ที่เคยใช้วิธีนี้บอกว่าเกลือทำให้ตัวเบาเหมือนกำลังว่ายน้ำทะเลหรือว่ายอยู่ในทะเลทีเดียว

ผสมกลิ่นหอม

?????????????? ถ้าได้รับแจกตัวอย่างหัวน้ำหอมจากห้างสรรพสินค้า? ให้เติมลงไปในน้ำมันสำหรับเด็กประมาณสองสามฝาเพื่อจะได้อาบน้ำให้หอม ๆ? หรือจะใส่น้ำหอมที่เหลือ ๆ? ลงไปในน้ำ? หรือเอาน้ำกรอกขวดน้ำหอมที่ใช้หมดแล้วเพื่อใช้ให้หอมจนหยดสุดท้าย? บางคนก็ชอบผสมน้ำมันสำหรับอาบเอง? โดยใช้หัวน้ำหอมกับน้ำมันมะพร้าว? หรืออัลมอนด์หรืออื่น ๆ?

น้ำส้มสายชูถนอมผิว

?????????????? เหยาะน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล? ประมาณสองฝาลงในอ่างน้ำ? เวลาอาบน้ำจะทำให้ผิวเย็นสบายโดยเฉพาะผิวที่ไหม้แดด? ผิวมีอาการคันเนื่องจากโดนพันธุ์ไม้พิษ? หรือแม้แต่ขณะที่รู้สึกเหนื่อยก็ควรผสมน้ำส้มสายชูอาบให้สดชื่น? บางคนอาจผสมน้ำส้มสายชูในน้ำที่จะอาบ? บางคนก็ชอบเอาน้ำส้มสายชูมาพรม ๆ? ตามเนื้อตัวก่อนที่จะลงแช่น้ำ Read the rest of this entry »


พิษของปลาปักเป้า

วันเสาร์ เม.ย. 11, 2009

ความสับสนอาจมาจากชื่ออาหารและโภชนาการ? บ่อยครั้งที่คนนำไปใช้ปะปนกันวิธีจำง่าย ๆ? คือ อาหารหมายถึงเมื่อครั้ง? อาหารนั้นอยู่ภายนอกปาก? ส่วนโภชนาการหมายถึงเมื่ออาหารผ่านปากเข้าไปแล้ว

Q :? ปลาปักเป้ามีพิษอยู่ที่ไหน? เผลอกินเข้าไปจะมีปัญหาอย่างไร

A :? พิษของปลาปักเป้ามาจากสารเคมีที่ชื่อเทโตรโดท็อกซิน? ซึ่งเกิดขึ้นจากสารเคมีสองชนิดที่อยู่ในปลาปักเป้า? สารสองตัวนี้ถูกเร่งปฏิกิริยาในร่างกายกระทั่งเปลี่ยนเป็นสารพิษที่กล่าวถึง? ปลาปักเป้าสร้างพิษ? เพื่อปกป้องตัวมันและลูกของมัน? ใครเผลอกินเข้าไปจะเกิดอาหารปากชา? ลิ้นชา? แขนขาอ่อนแรง? บางครั้งมีอาเจียนร่วมด้วยทิ้งไว้สักพักลิ้นจะแข็ง? ผิวจะคล้ำเหมือนถูกพิษหมดสติ? หากทิ้งไว้? ภายในครึ่งชั่วโมงคนที่โดนพิษอาจจะตาย? จึงอย่าไดลองเลย

?????????????? ปลาปักเป้ามีประมาณร้อยชนิด? มีอยู่ประมาณห้าสิบชนิดที่เป็นปลามีพิษ ต้องเชี่ยวชาญจริง ๆ? จึงจะรู้ว่าชนิดไหนกินได้กินไม่ได้? พิษของปลาปักเป้าอยู่ที่หนังปลา? กระเพาะ ลำไส้? และไข่ปลา สวนในเนื้อมีพิษค่อนข้างน้อย? สามารถนำมากินได้? การชำแหละปลาเพื่อเอาเนื้อมากินนั้น? ในญี่ปุ่น? คนที่ทำได้จะต้องมีประกาศนียบัตร? ผ่านหลักสูตรการชำแหละปลาปักเป้ามาแล้วจะทำกันเล่น ๆ? ไม่ได้? ส่วนเมืองไทย? หากจะนำปลาปักเป้ามากินกันบ้าง? ก็คงเป็นปลาชนิดไม่มีพิษ

ที่มา : Health & Cuisine


เรื่อง ?สิว? ไม่ขี้ประติ๋ว

วันเสาร์ มี.ค. 28, 2009

ผ่านพ้นวัยแตกเนื้อสาวมาก็หลายปีแล้ว? คุณคงคาดหวังว่าร่างกายปรับตัวเจริญเติบโตเข้าที่เข้าทาง? ปัญหาของวัยรุ่นอย่างเช่นไขมัน (babyfat)? คงหมดไป? รวมทั้ง? ?สิวสาว?? ด้วย แต่ทว่าในความเป็นจริง อายุก็ขึ้นเลขสามแล้ว? ทำไมเจ้าสิวหัวขาว ๆ? ยังตามเล่นงานคุณไม่หาย? และที่สำคัญ? คือ? ไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไร

?????????????? ในบรรดาปัญหาที่เกิดกับผิวหนัง? ก็ดูจะเป็น? ?สิว?? นี่แหละที่สร้างความกังลงใจให้ผู้คนบ่อยที่สุด? คงต้องย้อนมาดูว่า? สิวเกิดขึ้นได้จากสาเหตุใด? ต้นตอหลักนั้นคือฮอร์โมนแอนโตรเจน? ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย? (ที่มีอยู่ในทั้งผู้ชายและผู้หญิง)? ร่างกายช่วงวัยรุ่นจะผลิตฮอร์โมนนี้ออกมามากกว่าวัยอื่นฮอร์โมนตัวนี้เองที่กระตุ้นให้ต่อมน้ำมันที่ผิวหนังขยายใหญ่และผลิตน้ำมันที่เรียกว่า ?ซีบัม?? (Sebum)? ซึ่งจะถูกระบายออกมาตามรูขุมขน? ช่วยบำรุงให้ผิวและผมของเราเงางาม

?????????????? แต่ถ้าซีบัมผลิตออกมามากเกินไป? ก็จะทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันเพราะการจับตัวของซีบัมกับเซลล์หนังกำพร้าชั้นนอก? ก่อให้เกิดการหัวสิวได้? และถ้ามีการติดเชื้อจากแบคทีเรียที่ผิวหนังด้วยแล้ว? ก็จะทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบและตุ่มแดงเป็นหนอง

?????????????? ทีนี้ปัญหาอยู่ที่ว่า? นอกจากฮอร์โมนซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการผลิตซีบัมแล้ว ก็ยังมีสาเหตุ อื่น ๆ? อีก? ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์หรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวคุณ? คงเป็นคำตอบได้ว่า? ทำไมแม้พ้นช่วงวัยรุ่นที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านแล้วคุณก็ยังคงเป็นสิว

?????????????? สิวไม่ใช่แค่ปัญหาความงาม? แนวทางธรรมชาติบำบัดถือว่าสิวเป็นอาการที่เกิดจากการขาดความสมดุลหรือความผิดปกติภายใจ? ซึ่งร่างกายพยายามกำจัดสารพิษสะสมออกไลฟ์สไตล์และสิ่งแวดล้อมที่ว่าเป็นต้นเหตุนั้นก็ได้แก่ ? ความเครียด? การรับมลพิษมาก ๆ? รับประทานอาหารไม่ได้สัดส่วนสมดุล? การขาดแร่ธาตุบางอย่าง? รวมไปถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ? เป็นต้น? ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่สมดุลของระบบฮอร์โมนในร่างกาย? ภูมิชีวิต หรือ? Immume? System? ไม่ดี? ในที่สุดก็เกิดสิวขึ้นนี่เอง

?????????????? บางคนไม่เคยสังเกตไลฟ์สไตล์ของตัวเองคิดว่าสิวเป็นแค่เรื่องภายนอก? ก็แก้ไขด้วยการใช้ยาแก้สิงลูกเดียว? นอกจากเสียเงินแล้วคุณรู้ไหมว่ายาเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงแถมยังทำอันตรายต่อผิวของคุณได้อีกด้วย? จึงขอเชิญชวนให้แก้สิวด้วยวิธีธรรมชาติดีกว่า

กินดี? ไม่มีสิว

?????????????? วิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดสามารถช่วยให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายสมดุล

  • วิตามินเอ? เป็นตัวที่สำคัญที่สุดของสุขภาพผิว? ช่วยลดการผลิตซีบัมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม? วิตามินเอมีมากในฟักทอง? แครอท? มะละกด? ตำลึง? กล้วย? มัน
  • วิตามินบี? 6? ช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมนควบคุมการเกิดสิว? โดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือน? หรือวัยหมดประจำเดือน? มีมากในกล้วย? ข้าวบาร์เลย์? อะโวคาโด? ข้าวกล้อง? เมล็ดทานตะวัน? มัน? ถั่วชิกพี? ปลาแซลมอน
  • สังกะสี? ช่วยสร้างเซลล์ใหม่และควบคุมการเกิดสิว? ลดซีบัม? และทำให้การดูดซึมวิตามินเอดีขึ้น? สังกะสีมีมากในข้าวบาร์เลย์? จมูกข้าวสาลี? เมล็ดฟักทอง
  • โอเมก้า 3?? เป็นกรดไขมันที่มีผลอย่างมากต่อสุขภาพผิว? ทำให้ซีบัมน้อยลง? ลดโอกาสการอุดตัน? มีมากในปลาทูน่า? แซลมอน? น้ำมันถั่วเหลือง? และจมูกข้าวสาลี

?????????????? นอกจากอาหารเสริมที่ดีต่อผิวแล้ว? พฤติกรรมบางอย่างก็ต้องปรับเปลี่ยนด้วยถ้าอยากจากลาสิว

  • จำกัดน้ำตาลและอาหารประเภทน้ำตาล? โดยเฉพาะน้ำตาลขาว? ซึ่งไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ? และร่างกายต้องใช้แร่ธาตุสำรอง? ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญของผิวอย่างโครเมียมและสังกะสีในการย่อยมัน
  • งดอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันมาก ๆ? อย่าง? เนย? นม? เนื้อแดง? อาหารทอดทั้งหลาย? รวมทั้งไขมันชนิดที่เติมไฮโดรเจนสูง ๆ อย่างเช่นมาร์การีน
  • เน้นรับประทานผักและผลไม้สดให้มาก? รวมทั้งอาหารธรรมชาติที่ไม่ผ่านการดัดแปลง? เช่น? ข้าวกล้อง? ธัญพืชไม่ขัดขาว

?????????????? จะเห็นว่าทั้งอาหารและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิต? เพื่อลดการเกิดสิวก็ไม่ต่างจากคำแนะนำเพื่อการมีสุขภาพที่ดีโดยรวมนั่นเอง? เพราะสิวเป็นข้อบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังเกิดการเสียสมดุล และเจ้าเม็ดเล็ก ๆ? บนหน้ากำลังขอความช่วยเหลือให้คุณรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยด่วน? ก่อนที่จะเกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ? ตามา?

?????????????? เรื่องสิวจึงไม่ใช่เรื่องปะติ๋วอีกต่อไป

??????????????

ที่มา : Health & Cuisine


ไคโรแพรคติก

วันศุกร์ มี.ค. 27, 2009

คำตอบของสุขภาพคนเมือง

?????????????? ในสหรัฐอเมริกา? สาเหตุที่ทำให้คนขาดขานมาที่สุด? คือ? อาการปวดหลังเรื้อรัง? ซึ่งมักเกิดจากสภาพการใช้ชีวิตแบบคนเมืองยุคนี้? เช่น? การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน? ขาดการออกกำลังกาย? มีความเครียดเป็นประจำ? ฯลฯ? จึงมีการวิจัยว่าวิธีการรักษาแบบใดดีที่สุด? คำตอบ? คือ? ไคโรแพรคติก? (Chiropractic)? รักษาได้ผลสูงถึง? 90? เปอร์เซ็นต์? ปัจจุบันศาสตร์การบำบัดนี้กลายเป็นสาขาการดูแลสุขภาพที่ใหญ่เป็นอันดับที่? 2? ของสหรัฐอเมริกา

?????????????? ไคโรแพรคติก? (Chiropractic)? ?? มาจากภาษากรีก? คำว่า? ?Cheir?? และ? ?Praktikas?? มาผสมกัน? รวมความหมายก็คือ? ?รักษาด้วยมือ?? ย้อนหลังไปเมื่อปี? ค.ศ. 1895? (พ.ศ. 2438)? ในประเทศสหรัฐอเมริกา? ด็อกเตอร์แดเนียล? เดวิด? พาลเมอร์? ได้พบว่าการจัดกระดูก? สันหลังชิ้นหนึ่งที่สันหลังให้กลับสู่ตำแหน่งปกติ? ทำให้คนไข้หูตึงสามารถกลับมาได้ยินอีกครั้งหนึ่ง? เขาค้นพบหลักความจริงที่ว่า? กระดูกสันหลังนั้นเป็นจุดศูนย์กลางของกลไกของการเคลื่อนไหวของรางกาย? หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นในบริเวณนี้? อาจมีผลกระทบต่อระบบประสาทซึ่งควบคุมร่างกายทั้งหมดของเรา? ดร.โอ๊ต? บูรณะสมบัติ? Chiropractic? Physician? และ ประธานชมรมไคโรแพรคติกแห่งประเทศไทย? อธิบายเสริมให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า

?????????????? ?ไม่ว่าจะเป็นอุบิตเหตุหรืออะไรก็ตามที่ทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไปอยู่ผิดที่ผิดทางนั้น? กระดูกอาจไปกดทับเส้นประสาทได้? หรือแม้แต่ความเครียดที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อบีบตัวจนช่องที่รากประสาทออกมามันแคบเกินไปก็จะทำให้ระบบประสาททำงานไม่เต็มที่เหมือนเวลาเปิดสวิตซ์?? กระแสไฟฟ้าก็จะวิ่งลงไปทำให้หลอดไฟสว่าง? ถ้าไฟฟ้าลัดวงจรหรือสายขาด? กระแสไฟวิ่งต่อไปไม่ได้? หลอดไฟก็ไม่ติด? คนไม่รู้สาเหตุก็พยายามเปลี่ยนหลอดไฟ? เปลี่ยนกี่หลอดก็ยังไม่ติด? เพราะปัญหาอยู่ที่สาย?? เช่นเดียวกับการกินยาไม่รู้กี่ขนาน? อาการปวดก็ไม่หาย? เพราตัวปัญหาไม่ได้ถูกแก้? วิธีการจัดกระดูกสันหลังของไคโรแพรคติกจึงเปรียบเหมือนการแก้ปัญหาที่ตัวสายไฟนั่นอง?

?????????????? ทุกวันนี้ไคโรแพรคติกเป็นการรักษาที่หลายคนถามหา? โดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่? เพราะอะไร…

?????????????? อาการปวดหัวข้างเดียว? ปวดหัวตื้อ ๆ เวียนศีรษะ? กล้ามเนื้อตึง? ปวดคอ? ปวดไหล่? อาการคล้ายเป็นเหน็บ? อาการชาตามแขน? ขา ปวดตามข้อต่าง ๆ? อาการเหล่านี้เป็นตัวอย่างของการเกิดการคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งปกติของกระดูกและข้อ

?????????????? ถ้ามาพิจารณาถึงสาเหตุที่ทำให้ตำแหน่งกระดูกเคลื่อน? จะพบว่าปัจจัยแวดล้อมและการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่เป็นที่มาได้อย่างดี? เช่น? การผจญกับความเครียด? การอยู่ในอิริยาบถเดียวยาน ๆ? อย่างการนั่งประจำที่อยู่ในสำนักงาน? การใช้เวลาขับรถวันละหลายชั่วโมง? การยืนบนรถเมล์ครั้งละ? 3 ? 4? ชั่วโมง? การเดินช็อปปิ้งทั้งวัน? การคุยโทรศัพท์ไม่ว่าจะด้วยท่าปกติหรือทาเอียงคอยกไหล่หนีบโทรศัพท์? การนอนผิดท่า? กานั่งไขว่ห้าง?? การอยู่ในอิริยาบถเดียวเป็นเวลานาน ๆ? รวมถึงการทรงตัวที่ไม่ถูกต้อง? การยกของหนักโดยไม่ถูกวิธี? ทั้งหมดนี้อยู่ในชีวิตประจำวันเป็นสาเหตุง่าย ๆ? ที่อาจทำให้ข้อกระดูกสันหลังเคลื่อนผิดตำแหน่งได้? นอกเหนือไปจากอุบัติเหตุและหรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

การรักษา

?????????????? แพทย์ไคโรแพรคติกจะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติการเจ็บป่วย? รวมถึงประวัติชีวิตนิสัยใจคอ? พฤติกรรมต่าง ๆ? ซึ่งจะถูกซักถามอย่างละเอียด? จนคนไข้หลายคนไม่เข้าใจคุณหมอโอ๊ตให้เหตุผลว่า? จำเป็นอย่างยิ่งที่คนไข้ควรร่วมมือในการตอบคำถาม? เพราะจะทำให้ค้นหาสาเหตุของอาการได้แม่นยำขึ้น? ตัวอย่างเช่น? คนไข้คนหนึ่งปวดหัว? ปวดคอโดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร? พอทราบประวัติก็รู้ว่ามีอาชีพเป็นเลขาฯ? ต้องรับและคุยโทรศัพท์ทั้งวัน? ทำงานแบบนี้มาเป็นสิบ ๆ ปี? คนไข้อีกคนมีนิสัยชอบนั่งไขว่ห้างมาก? พออายุมากก็ปวดเข่า? เกินกะเผลกมาให้รักษา? เพราะสะโพกเริมบิดไปข้างหนึ่ง ถ้าเราไม่รู้พฤติกรรมตรงนี้ของเขา? ก็จะไม่สามารถบอกให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม? การรักษาก็จะไม่ค่อยได้ผล

?????????????? อุบิตเหตุหรือการได้รับบาดเจ็บในอดีต? เช่น? ในวัยเด็กอาจจะตกเปล? หรือถูกอุ้มแล้วหล่นลงมา? ล้มกระแทกตอนหัดเดิน? ทำให้กระดูกสันหลังได้รับความกระทบกระเทือน? ก็อาจเป็น สาเหตุของอาการปวดต่าง ๆ? เมื่อโตขึ้นได้

?????????????? ขั้นต่อมา? คือ? การตรวจร่างกาย? ทั้งทางกล้ามเนื้อ? กระดูก? และระบบประสาท? รวมถึงการเช็คลักษณะโครงสร้างร่างกายที่ผิดปกติไปจนถึงการอ่านฟิล์มเอกซเรย์คนไข้เพื่อช่วยในการวินิจฉัย? เพราะข้อจำกัดของการรักษาด้วยไคโรแพรคติกอย่างหนึ่งคือสภาพของกระดูกคนไข้ อย่างคนสูงอายุ? ต้องเอกซเรย์ดูก่อนว่ากระดูกเปราะบางหรือเสื่อมมากน้อยแค่ไหนหรือถ้าได้รับอุบัติเหตุ? มีกระดูกหัก? ก็ต้องให้ศัลยแพทย์รักษาก่อน

?????????????? เมื่อวินิจฉัยโรคและการบำบัดรักษาตามแบบไคโรแพรคติกแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจะใช้มือจัดกระดูกสันหลังให้การเรียงตัวของกระดูกสันหลังและข้อต่าง ๆ? เข้าที่หรือกลับสู่สภาวะปกติ? เพื่อช่วยรักษาความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย? ทำให้การเคลื่อนไหวและระบบประสาททำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ใช้ยา? เข็ม? หรือการผ่าตัด? นอกจากบางครั้งที่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ไคโรแพรคติก บางอย่างช่วยจัดกระดูกสันหลังหรือลดการเจ็บปวดของคนไข้

?????????????? สำหรับระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับว่าอาการรุนแรงเพียงใด? เป็นมานานแค่ไหนร่างกายของคนไข้มีความสามารถในการรักษาตัวเองมากเพียงใด? และคนไข้ปฏิบัติตามคำแนะนำโดยเคร่งครัดหรือไม่? แพทย์ไคโรแพรคติกจะไม่รักษาเพียงแค่อาการ? แต่จะให้พูดคุยถึงการปรับพฤติกรรม? การผ่อนคลายจิตใจ? แนะนำการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องโภชนาการที่เหมาะสม? เพราะทั้งระบบโครงสร้าง? สภาวะจิต?? และสารเคมีต่าง ๆ? ในร่างกายนั้นมีความสัมพันธ์กันที่จะเกื้อหนุนให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น

?????????????? ทุกวันนี้ยังมีคนไทยอีกมากที่เข้าใจผิดว่าการดูแลกระดูกเป็นเรื่อของคนสูงอายุหรือคนพิการเท่านั้น? การแพทย์ไคโรแพรคติกในประเทศไทยจึงยังไม่แพร่หลายนักทั้งที่เข้ามาในเมืองไทยกว่าสิบปีแล้ว? มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อย? และเป็นวิธีดูแลสุขภาพที่ควรไดรับการส่งเสริม เพราะผู้ที่ยังไม่พบอาการใด ๆ? ก็ควรเข้ารับการตรวจเช็คระบบประสาท? อย่างน้อยปีละ? 1 -2? ครั้ง เช่นเดียวกับตรวจร่างกายถ้ารอจนพบอาการผิดปกติก็จะทำให้การรักษาลำบากและใช้เวลานานขึ้น

Read the rest of this entry »


โภชนาการสำหรับวัยทอง

วันจันทร์ พ.ย. 24, 2008