ภูมิคุ้มกันจากแม่ถึงลูก

วันพุธ มิ.ย. 10, 2009

นมแม่มีภูมิคุ้มกัน? มีเซลล์คอยดักจับเชื้อโรค? สารย่อยสลายเชื้อโรค? สารต่อต้านการติดเชื้อต่าง ๆ? ที่ทำงานประสานและรวมพลังกัน

?????????????? นอกจากนี้? ในนมแม่มีสารภูมิคุ้มกันที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจช่วยกำจัดเชื้อโรค? มีวิตามินเอและสารเร่งการเจริญเติบโตของเยื่อบุทางเดินอาหาร? ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายลูกน้อย? ได้ยากขึ้น

?????????????? ภูมิคุ้มกันเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทารกเพราะลูกวัยนี้ยังสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่ดี

?????????????? ปกติแล้วเด็กแรกเกิดทุกคนได้รับภูมิคุ้มเชื้อโรคจากแม่ผ่านทางสายสะดือ? ถ้าให้ลุกกินนมแม่? ลูกก็จะได้รับภูมิคุ้มกันจากนมแม่เพิ่มอีกทาง? กลายเป็นสองแรงแข็งขันช่วยป้องกันลูกจาเชื้อโรคได้มากยิ่งขึ้น

??????????????

?????????????? ลูกแข็งแรง? ไม่ป่วยบ่อย

?????????????? นมแม่ระยะ? 1? สัปดาห์แรกเป็นยอดน้ำนม? เรียกโคลอสตรัม? หรือหัวน้ำนม? เป็นน้ำนมที่มีภูมิคุ้มกันสูงสุด? คุณแม่ควนให้ลุกได้กินหัวน้ำนมนี้?? แม้ว่าตอนหลังจะไม่ต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็ตาม

?????????????? เด็กที่กินนมแม่จะมีโอกาสเจ็บป่วยน้อยกว่าเด็กที่กินนมผสมประมาณ? 2 -7? เท่า? และลดโอกาสเกิดโรคลำไส้อักเสบในเด็กแรกเกิดถึง? 20? เท่า? ส่วนโรคอื่น ๆ? ก็ลดโอกาสเกิดได้? 2 ? 5.5? เท่า? เช่น? โรคท้องเสีย? ปอดบวม? หูชั้นกลางอักเสบ? เยื่อหุ้มสมองอักเสบ? ทางเดินปัสสาวะอักเสบ? ภูมิแพ้? และเบาหวาน

?????????????? ลดภูมิแพ้

?????????????? ช่วย? 6? เดือนแรกของชีวิต? การทำงานของส่วนต่าง ๆ? ยังไม่เท่าผู้ใหญ่? เยื่อบุลำไส้ยังไม่แข็งแรง? น้ำย่อยอาหารยังไม่เพียงพอที่จะย่อยอาหารเหล่านี้? สารช่วยย่อยหรือสารภูมิคุ้มกันยังทำงานไม่เต็มที่

?????????????? ถ้าให้ลูกกินอาหารอื่น? เช่น? นมผง? ข้าว? กล้วย? ลูกก็ยังย่อยได้ไม่ดี? นำไปสู่การแพ้ได้

?????????????? ปัจจุบันพบโรคแพ้โปรตีนนมวัวมากขึ้น? หากลูกน้อยกินนมแม่เพียงอย่างเดียว? จะโปรตีนจากนมแม่ที่จำเพาะสำหรับลูกคน? ไม่กระตุ้นให้เกิดการแพ้? แต่ถ้าให้ลูกกินนมผสมก็จะได้โปรตีนนมวัว? ซึ่งสำหรับร่างกายลูกวัย? 6? เดือนแรกถือเป็นสิ่งแปลกปลอม? ร่างกายของลูกบอบบางไม่สามารถกำจัดออกไปได้? อาจเกิดอาการแพ้

อารมณ์? อีคิวเพียบ

?????????????? การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่? นอกจากลูกฉลาดแล้ว? ลูกอารมณ์ดี? เลี้ยงง่าย? มีร้องไห้โยเยบ่อย ๆ

?????????????? การกินให้ลูกกินนมแม่?? แม่โอบกอด? สัมผัสระหว่างแม่ลูกและลูก? ทำให้ลูกเกิดความอบอุ่น? รู้สึกถึงความรักที่แม่มอบให้? ลูกก็จะเกิดความสุขขึ้นในใจ? เมื่อลูกมีความสุข? ก็เลี้ยงง่าย? ไม่โยเย? ร่างกายของแม่เองก็หลั่งสารที่ทำให้แม่มีความสุข? อารมณ์ดี Read the rest of this entry »


ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย

วันอังคาร มิ.ย. 9, 2009

6? เดือน? เลี้ยงลูกด้วย? นมแม่อย่างเดียว

?????????????? น้ำนมแม่คืออาหารที่ดีและวิเศษสุดของมวลมนุษย์? เป็นอาหารแห่งความเอื้ออาทรของแม่สู่ลูก

?????????????? การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นศิลปะแห่งความสวยงามของชีวิต? เพราะน้ำนมแม่ไม่เพียงแต่จะทำให้ลูกอิ่มท้องและสร้างความเจริญเติบโตด้านร่างกายของลูกได้อย่างเหมาะสมเท่านั้น? แต่ยังพัฒนาจิตใจของแม่และลูกได้อย่างดีเลิศ

?

ทำไม่ต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

?????????????? คุณแม่รู้หรือไม่ว่าตัวคุณแม่เองสามารถสร้างความฉลาดให้ลูกได้? ด้วยการให้ลูกกินนมแม่

?????????????? ถึงแม้ว่าความฉลาด? (ไอคิว)? จะขึ้นอยู่กับสิ่งสำคัญ? 3? อย่าง? กรรมพันธุ์จากพ่อแม่? การเลี้ยงดู? และอาหารที่เหมาะสม? แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้สมองลูกเจริญเติบโตดียิ่งขึ้นไปอีก? เพราะว่า

1.?????? นมแม่มีสารไขมันที่จำเพาะสำหรับสมองทารกแรกเกิดในระยะ? 6? เดือนแรก? ร่างกายยังสร้างน้ำย่อยไขมันไมได้เต็มที่? นมแม่ก็มีน้ำย่อยไขมันมาด้วย? ดังนั้นสารไขมันในนมแม่จึงถูกนำไปใช้สร้างสมองลูกได้อย่างเต็มที่? ต่างจากไขมันที่โฆษณาในนมผสม

2.?????? นมแม่มีสารอาหารอื่น ๆ? กว่า? 200? ชนิดที่จะช่วยเสริมการพัฒนาสมองและจอประสาทตา

3.?????? เด็กกินนมแม่สมองดี? ตาเห็นได้ดี? ช่วยส่งเสริมพัฒนาการมากขึ้น

4.?????? ขณะที่ลูกกินนมแม่? ลูกจะอยู่ในอ้อมกอดของแม่? วันละอย่างน้อย? 7 -8? ครั้ง

5.?????? การอ้มลูกเป็นการช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสทำให้เซลล์สมองมีการโยงใบมากขึ้น? ยิ่งโยงใยมาก? สมองก็ยิ่งฉลาดมาก? ถ้าสัมผัสน้อย? การโยงใบก็น้อยกว่า? สมองส่วนนั้นก็จะฝ่อไปในที่สุด

ทำไม? 6? เดือนแรกให้นมแม่อย่างเดียว

?????????????? เชื่อว่ามีหลายคนสงสัยคำแนะนำที่ผ่านมาคือ? เริ่มให้อาหารเสริมลูกน้อยพร้อมนมแม่เมื่อลูกอายุ? 4? เดือน? แต่

ปัจจุบันกลับแนะนำให้นมแม่อย่างเดียวถึง? 6? เดือน

?????????????? สมัยเมื่อ? 50? ปีที่แล้ว? กินนมแม่? กินข้าวและกินกล้วย? ตั้งแต่? 2? เดือน? กินน้ำส้มคั้น? 1? เดือน? คือ? การแสดงความรักของพ่อแม่

?????????????? ต่อมาประมาณปี? พ.ศ.? 25223? พบว่าควรจะกินนมแม่อย่างเดียว? 4? เดือน? ตอนนั้นไม่มีใครกล้าระบุไปว่า 4 -6?? เดือน

?????????????? เหตุที่ 4 -6? เดือน? เพราะพบเด็กที่กินนมแม่ผสมข้าว? เจ็บป่วยบ่อยเมื่อเทียบกับเด็กที่กินนมล้วน? ๆ …เวลาผ่านไป? 20? ปี? องค์อนามัยโลก? ประกาศปี? พ.ศ.? 2545? ว่า? กินนมแม่อย่างเดียว? 6? เดือน

??????????? เพราะว่ามีข้อมูลการศึกษาใหม่? ? ยืนยันว่า?? การให้นมแม่อย่างเดียวที่ยาวนานขึ้น? มีผลดีต่อเด็ก ๆ? มากกว่านั้นคือ ลดโอกาสเกิดโรคท้องเสีย? โรคทางเดินหายใจโรคภูมิแพ้? รวมทั้งส่งผลดีต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กมากกว่าด้วย

?????????????? ดังนั้น? ขอให้คุณแม่เชื่อมั่นว่า? 6? เดือนแรกลูกกินนมแม่อย่างเดียว? ลูกไม่ขาดน้ำ? ไม่ขาดอาการ? อย่างแน่นอน? ที่สำคัญเท่ากับได้เริ่มต้นสิ่งดี ๆ? ให้กับชีวิตลูกน้อย? นั่นคือ

1.?????? ระยะ? 6? เดือนแรก? สมองลูกเติบโตเร็วมากนมแม่เหมาะกับสมองที่โตเร็ว

2.?????? ระยะ? 6? เดือนแรก? ทางเดินอาหารลูกยังย่อยอาหารอื่นได้ไม่ดี? นมแม่ย่อยง่ายที่สุด

3.?????? ระยะ? 6? เดือนแรก? ลูกยังสร้างภูมิคุ้มกัน? ได้ไม่ดี? นมแม่มีภูมิคุ้มกันมาด้วย

4.?????? ระยะ? 6? เดือนแรก? กระเพาะอาหารมีขนาดเล็กนิดเดียว ?ยืดหยุ่นได้ไม่มาก? ถ้าอาหารอื่น? นอกจากไปแย่งที่แล้วอาหารเหล่านี้มีสารอาหารสู้นมแม่ไม่ได้ Read the rest of this entry »


ไปตรวจโรคผิวหนัง…ต้องทำอย่างไร ?

วันพฤหัส มิ.ย. 4, 2009

(ตอนที่ 2)? การตรวจผิวหนัง

??????????? การวินิจฉัยโรคผิวหนังนั้น? ต้องอาศัยการซักประวัติที่ละเอียด? การตรวจร่างกายที่ถี่ถ้วย? การสังเกตที่แม่นยำ? และในบางครั้งก็ต้องการอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมด้วย

??????????? ผื่นของโรคผิวหนังบางอย่างจะมีการกระจายของรอยโรคตามร่างกายที่มีลักษณะเฉพาะ? ซึ่งช่วยในการวินิจฉัยโรคได้? แพทย์จะตรวจร่างกายทั่วตัวด้วยแสงสว่างที่เพียงพอ? และสังเกตดูการกระจายและรูปร่างของรอยโรค

??????????? ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยปัญหามะเร็งผิวหนังที่ใบหน้าเพียงจุดเดียว? อาจมีมะเร็งที่ผิวหนังด้านหลังอีกแห่งก็ได้? แพทย์จะตรวจดูเส้นผม? หนังศีรษะ? เล็บและเยื่อบุร่วมด้วย? เพราะโรคผิวหนังหลายอย่างจะมีรอยโรคที่ตำแหน่งเหล่านี้ได้

การตรวจผิวหนังทั่วไป

??????????? การกระจายของรอยโรค

??????????? โรคผิวหนังบางชนิดมีลักษณะการกระจายของรอยโรคที่มีลักษณะเฉพาะดังนี้

  • รอยโรคตรงข้อพับ? เช่น? ข้อพับแขน? ข้อพับขา? เป็นลักษณะของโรคผิวหนังภูมิแพ้
  • รอยโรคตรงข้ามข้อพับ? เช่น? ข้อศอก? หัวเข่า? เป็นลักษณะเฉพาะของโรคสะเก็ดเงิน
  • รอยโรคที่หนังศีรษะ? คิ้ว? ข้างจมูก? กลางหน้าอก เป็นลักษณะของโรคเซ็บเดิม? (sebortheic? dermatitis)

ลักษณะโครงสร้างของรอยโรค

??????????? รอยโรคผิวหนังหลายชนิดมีลักษณะโครงสร้างเฉพาะแพทย์ผิวหนังจะมีศัพท์เฉพาะที่ใช้บรรยายรอยโรค

เส้นผม

??????????? มีความผิดปกติของเส้นผมและการเจริญเติบโตของเส้นผมหลายอย่างที่บางอย่างอาจเกิดขึ้นเอง? แต่บางอย่างอาจสัมพันธ์กับโรคภายในร่างกายอย่างอื่นหรือโรคภูมิแพ้ตนเอง

ที่มา : นิตยสารหมอชาวบ้าน


อาหารชนิดต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของสิว

วันอาทิตย์ เม.ย. 26, 2009

อาหารบางชนิด? เช่น? สาหร่ายทะเล? ผักขมและหอย? ซึ่งมีไอโอดีนและฟลูโอไรด์จะทำให้เป็นสิวมากขึ้น? ด็อกเตอร์เฮเมอร์เขียนชี้แจ้งไว้ว่า? ถ้าคุณสงสัยว่าอาหารชนิดใดเป็นสาเหตุให้สิวกำเริบ? ควรงดอาหารเหล่านั้นสักระยะและรอดูว่าผิวพรรณจะดีขึ้นหรือไม่? จากนั้นลองรับประทานอาหารเหล่านั้นใหม่เป็นการทดสอบ? ถ้ามีสิวขึ้นอีกก็ให้ใส่อาหารเหล่านั้นไว้ในรายการของต้องห้ามเสีย

?????????????? ถ้าพบว่าไอโอดีนในอาหารบางชนิดทำให้หน้าเป็นสิว? ก็ควรหลีกเลี่ยงเกลือไอโอดีนด้วย ได้มีการผสมผสานไอโอดีน ในเกลือเมื่อหลายปีมาแล้ว? เพื่อไม่ให้เป็นโรคคอหอยพอก? แต่ในปัจจุบันนักโภชนากรกำลังกล่าวกันว่า? ชาวอเมริกันเป็นสิวมากกว่าชาวยุโรป? เนื่องจากรับประทานไอโอดีนมากเกินไป? ชาวยุโรปรับประทานไอโอดีนเพียงเศษหนึ่งส่วนสิบของชาวอเมริกัน


ประกันสุขภาพใหม่..

วันจันทร์ มี.ค. 30, 2009

ไม่ล้มละลาย..เจ็บ…ตาย? ฟรี

?????????????? โรงพยาบาลไม่ย่อมผ่าตัดลิ้นหัวใจคนไข้ฉุกเฉินรายหนึ่ง เพียงเพราะเขาไม่มีเงินในการรักษาพยาบาล? ใครจะรับผิดชอบ

?????????????? ชนชั้นกลางครอบครัวหนึ่งต้องล้มละลายไปกับการรักษาโรคมะเร็งของผู้เป็นพ่อ? ใครจะรับผิดชอบ

?????????????? แม่ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวประสบอุบัติเหตุ? เสียชีวิตระหว่างการเดินทาง? เพราะโรงพยาบาลเกี่ยงและส่งต่อไปมาว่าใครควรรับรักษาใครจะรับผิดชอบ

?????????????? คำถามเหล่านี้อาจเกิดขึ้นและวนเวียนอยู่ในจิตใจของคุณครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่เคยได้คำตอบเลยว่า…ใครควรรับผิดชอบ

?????????????? หรือเราควรจะมีสิ่งที่เป็นหลักประกันเสียที? ว่าทุกครั้งที่เราเจ็บป่วยและต้องการการรักษา? เราสามารถรับบริการได้ทันที? โดยไม่ต้องมีคำถามว่ามีเงินไหม? มีบัตรอะไร หรือทำประกันไว้ที่ไหน? และบริการนั้นก็เป็นบริการที่ดี? มีคุณภาพ? ไม่ใช่บริการแบบชั้นสามที่รัฐจัดไว้ให้เพียงเพื่อการสงเคราะห์

อะไรคือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

?????????????? ในขณะที่มีการพูดถึงเรื่องการประกันสุขภาพถ้วนหน้ากันมาก? และดูเหมือน? ?โครงการ? 30? บาท รักษาทุกโรค?? จะเป็นคำอธิบายที่เป็นรูปธรรมและเห็นภาพชัดเจนที่สุด? นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่เจ็บป่วยรัฐจะมีหลักประกันขั้นต้นให้แต่ละคนสามารถไปใช้สิทธิในการรับบริการพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียมกัน

?????????????? แม้ว่าโครงการนี้จะยังไม่ค่อยได้รับความเชื่อถือทางด้านคุณภาพและประสิทธิภาพมากนัก? เพราะตกเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ในทางที่ไม่ค่อยดี รวมทั้งยังมีจุดอ่อนในแง่ที่ไม่มีการเตรียมการหรือทดลองปฏิบัติมาก่อน? จึงทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนทั้งในหมู่คนไข้และบรรดาผู้ให้บริการทางการแพทย์

?????????????? แต่ถึงกระนั้นเราคงต้องยอมรับว่า? ?การประกันสุขภาพถ้วนหน้า?? เป็นหลักการที่ดีและมีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่? ถ้ามีการปรับปรุงให้ระบบการทำงานมีประสิทธิภาพเข้าถึงผู้คนได้จำนวนมากกว่านี้? รัฐบาลจึงพยายามผลักดันหลักประกันใหม่ออกมาภายใต้ชื่อว่า? ?(ร่าง)? พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ?? ซึ่งน่าจะมีประสิทธิภาพและคุณภาพมากขึ้น? เพราะไดพัฒนามาจากข้อบกพร่องของโครงการนำร่อง? 30? บาท

?????????????? วุฒิสมาชิกจอน? อึ๊งภากรณ์? กล่าวว่าแนวคิดเรื่องสุขภาพถ้วนหน้ามาจากหลักการที่เชื่อว่า? ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณสภาพมาตรฐานเดียวกัน? ไม่ว่าจะยากดีมีจนหรือมีสถานภาพอย่างไร? โดยแต่ละคนต้องมีส่วนร่วมในการจ่ายเงินสมทบเพื่อเป็นการสนับสนุนกองทุนนี้ด้วย? นอกเหนือจากที่รัฐจะจัดงบประมาณหลักให้

?????????????? หลักประกันสุขภาพเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศ? บางแห่งรัฐบาลเก็บภาษีแพงมาก? แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยินดีจ่าย เพราะรู้ว่าเมื่อถึงคราวที่เจ็บป่วย? รัฐจะจัดการบริการให้อย่างดี? อย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น? ประชาชนสามารถเลือกที่รับการรักษาพยาบาลได้จากทุกแห่ง? แม้แต่ในต่างประเทศแล้วค่อยนำใบเสร็จไปเบิกค่าใช้จ่ายคืน

?????????????? แต่ในบางประเทศ? เช่น? ฮอลแลนด์รัฐบาลอาจจะถือว่าสำหรับคนที่มีฐานะความเป็นอยู่ดีแล้ว? ไม่ควรได้รับสิทธิการดูแลจากรัฐอีก? เพราะมีความสามารถในการจ่ายอยู่แล้ว? ก็ควรจะออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเอง? ซึ่งหลักการลักษณะนี้จะเปลี่ยนแปลงและยืดหยุ่นไปในแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรมีข้อตกลงร่วมกันอย่างไร

ทำไมต้องมีหลักประกันสุขภาพมากมายและซ้ำซ้อน

?????????????? จริง ๆ? แล้วขณะนี้คนไทยมีหลักประกันด้านสุขภาพอยู่แล้วอย่างน้อยสามโครงการ? คือ? สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ? โครงการประกันสังคม? และโครงการสุขภาพถ้วนหน้า? หรือ? 30? บาท รักษาทุกโรค? ยังไม่นับรวมการประกันชีวิตบัตรสุขภาพ? 500? บาท? บัตร? สปร.? รวมถึงการสงเคราะห์แก่ผู้ยากไร้? แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ครอบคลุมจำนวนประชากรทั้งในประเทศที่มีถึง? 62? ล้านคน? เพราะยังมีอีกมากกว่า? 18? ล้านคนที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพอะไรเลย? (ดูตารางประกอบ)

?????????????? นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายทางด้านการแพทย์ก็มีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ? จนเกินกว่าประชาชนจะจ่ายได้? ตัวเลขการใช้จ่ายด้านสุขภาพในปีที่ผ่านมาคือ? 16,000? ล้านบาท? เมื่อเทียบกับช่วงเวลาสิบปีก่อนที่เรามีค่าใช้จ่ายเพียง? 3,000? ล้านบาทเท่านั้น? ขณะนี้ประชาชนที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองเนื่องจากไม่มีหลักประกันด้านสุขภาพใด ๆ? มีจำนวนสูงถึง? 40? เปอร์เซ็นต์? และอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์กำลังเผชิญกับปัญหาล้มละลาย

?????????????? เมื่อต้องแบกรับภาระทั้งหมด? คนชั้นกลางจำนวนมากจึงยากจนลง? กลายเป็น? ?คนจนใหม่?? และหลายคนต้องประสบกับปัญหาการเป็นหนี้สินจากการเจ็บป่วยทั้งของตนเองและสมาชิกในครอบครัว

?????????????? การมีหลักประกันสุขภาพใหม่ขึ้นมาไม่ได้หมายความว่าจะต้องยุบโครงการประกันสุขภาพที่มีอยู่แล้ว? เพราะหลักการ? (เดียว)? ที่ดีสามารถมีได้หลายระบบ? แต่หลักประกันใหม่จะเป็นเครื่องยืนยันว่าการเข้าถึงบริการสาธารณสุขจะครอบคลุมคนทุกคนมากยิ่งขึ้น? ส่วนคนที่เคยใช้หลักประกันเดิมอยู่แล้วก็ยังสามารถใช้ได้ต่อไป

?????????????? ข้อดีอีกประการหนึ่งของการมีหลักประกันสุขภาพหลายกองทุนก็คือ? ประชาชนมีสิทธิได้เลือกใช้บริการที่ตนเองคิดว่าดีที่สุด? และนี่จึงน่าจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้แต่ละกองทุนมีการแข่งขัน และพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการรักษาพยาบาล? เพื่อจะได้มีผู้มารับบริการมากยิ่งขึ้น? ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลในปีข้างหน้าด้วย

หลักประกันใหม่จะให้อะไรบ้าง

?????????????? เมื่อ? (ร่าง)? พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฉบับนี้มีผลบังคับใช้? คุณจะสามารถอุ่นใจได้ว่า? สมาชิกในครอบครัวของคุณจะไม่เสียชีวิตจากอาการเลือดคั่งในสมองเพียงเพราะคุณไม่มีเงินสดมาวางมัดจำให้โรงพยาบาลก่อน? หรือโรงพยาบาลเกี่ยงกันรักษา? รวมทั้งไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพคนเดียวอีกต่อไป

?????????????? รวมไปถึงการรักษาพยาบาลโรคต่าง ๆ? ก็จะมีมาตรฐานเดียวกัน? เช่น? หากต้องมีการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา? คนไข้ก็จะได้รับการเปลี่ยนเลนส์ตาในคุณภาพดีที่ใช้ประโยชน์ได้? แต่หากต้องการชนิดที่แพงกว่าที่มีให้ก็ย่อมทำได้? โดยค่าใช้จ่ายในส่วนที่เพิ่มขึ้น? คนไข้ต้องยินดีที่จะจ่ายเพิ่มเอง

?????????????? เช่นเดียวกับกรณีที่ต้องการรักษาในโรงพยาบาล? ก็จะมีห้องพักที่คุณภาพมาตรฐานดีเตรียมไว้ให้? แต่ถ้าหากอยากได้ห้องพักที่มีบริการเสริมมากกว่านั้น? อาทิ? โทรทัศน์? ตู้เย็น? เครื่องทำน้ำอุ่น? คนไข้ก็ต้องเป็น? ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกินเอง? เป็นต้น

?????????????? เราจึงอาจกล่าวได้ว่า? การมีหลักประกันสุขภาพนอกจากจะทำให้ประชาชนได้รับการบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง? มีประสิทธิภาพและคุณภาพแล้ว? ยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลที่คุณต้องจ่ายเองลงไปได้มาก? และจะนำไปสู่การพัฒนาด้านอื่น ๆ? ได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย

Read the rest of this entry »


สัญญาณเตือนมะเร็ง

วันอังคาร มี.ค. 24, 2009

มะเร็งเป็นโรคร้ายที่น่าสะพรึงกลัว? แต่ถ้าคุณไปพบคุณหมอเร็วเท่าใด? จะมีโอกาสหายจากโรคนี้ได้มากขึ้นเท่านั้น? อาหารเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ? ของร่างกายค่ะ

  • มะเร็งปากมดลูก? ตกขาวมีปริมาณมาก? มีกลิ่น? สีผิดปกติ? หรือมีเลือดปน? มีเลือดออกจากช่องคลอดนอกรอบเดือน? เจ็บปวดและเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
  • มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก? มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์? ผู้หมดประจำเดือนแล้วกลับมีเลือดออกอีก? มีตกขาวมากผิดปกติ? โดยเฉพาะวัยหมดประจำเดือนแล้ว
  • มะเร็งรังไข่? ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอเจ็บปวดหลังมีเพศสัมพันธ์? ท้องอืด? อาหารไม่ย่อย? แน่นท้อง? หรือปวดท้อง? น้ำหนักลดและปวดหลัง
  • มะเร็งในเม็ดเลือด? เหนื่อยง่าย? ซีดเซียว? มีเลือดออกที่จมูก? เหงือก? กระเพาะอาหาร? ลำไส้ใหญ่? โลหิตจาง? ฟกช้ำง่ายติดเชื้อง่าย? มีไข้? คลำพบก้อนบวมด้านซ้ายของช่องท้อง
  • มะเร็งปอด เจ็บหรือเสียวหน้าอกหายใจลำบาก? หอบ? ไอเรื้อรัง? มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลาย? น้ำหนักลด
  • มะเร็งตับ? อาหารไม่ย่อย? ท้องอืดแน่นชายโครงขวา? เบื่ออาหาร? ตาและผิวสีออกเหลือง? คลำพบก้อนที่ชายโครงขวา
  • มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ? ปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่เจ็บปวด? ถ่ายปัสสาวะบ่อยแสบ? หรือขัดเนื่องจากเลือดที่ออกจับตัวเป็นลิ่ม? อาจปวดหลังจากการอุดตันของท่อไต
  • มะเร็งสมอง? ปวดศีรษะนาน ๆ? ร่วมกับอาเจียน? ตาพร่า? เห็นแสงเขียว? ? เหลือ? ? ลอยไปมา? มักอ่อนเพลียหรือเป็นลมกะทันทันมีอาการชาหรือเป็นอัมพาตชั่วคราว
  • มะเร็งในช่องปาก? มีก้อนบวมในช่องปากหรือลิ้น? มีแผลเปื่อยที่ได้ได้รับการรักษาหรือ แผลเรื้อรังที่เหงือกจากการกดทับของฟันปลอม? พูดไม่ชัด? เจ็บขณะกลืนอาหาร
  • มะเร็งในกระเพาะอาหาร? น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว? อาเจียนเป็นเลือด? เบื่ออาหาร? ท้องอืด? อาหารไม่ย่อยบ่อย ๆ? อุจจาระเป็นสีดำคล้ำ

Read the rest of this entry »


มารู้จักโรคเอ๋อกันเถอะ

วันจันทร์ มี.ค. 23, 2009

?สวัสดีครับ…ผมจะมาแนะนำเกี่ยวกับ? ?โรคเอ๋อ?? ให้ฟังกันนะ?

โรคเอ๋อ? เป็นโรคชนิดหนึ่งที่เป็นมาแต่กำเนิดสาเหตุจากร่างกายมีความผิดปกติของ? ไทรอยด์ฮอร์โมน? ทำให้มีอาสปัญญาอ่อนหรือสมองทึบได้? แถมมีผลต่อการเจริญเติบโตทางร่างกายด้วยนะครับ

แล้วเด็กแรกเกิดที่อายุครบ? 2? วันแล้วยังไม่ได้ตรวจ? โรคเอ๋อ? ล่ะ?

?????????????? ?กีรีบพาบุตรหลานมาที่? ร.พ.? หรืออนามัยใกล้บ้าน? แล้วบอกว่ามาตรวจ? โรคเอ๋อ? แต่อายุเด็กต้องไม่เกิน? 1? เดือนนะครับ? เพราะว่ารักษาไม่ทันท่วงที? อาจจะทำให้เป็น? ปัญญาอ่อน? ได้ไม่รู้นะ?

ใคร?

เด็กแรกเกิดทุกคนในประเทศไทย

อะไร?

ตรวจคัดกรองสุขภาพเพื่อหา? โรคเอ๋อ? ซึ่งไม่มีอาการแสดงให้เห็น

เมื่อไร?

ลูกอายุครบ? 2? วัน? แต่ถ้าไม่ได้ตรวจ? โรคเอ๋อ? ให้รีบพามาตรวจก่อนอายุครบ? 7? วัน

อย่างไร?

เจาะเลือดจากส้นเท้าหรือหลังมือแค่ไม่กี่หยดลงในกระดาษซับแล้วส่งมาตรวจ

ที่ไหน?

โรงพยาบาลหรืออนามัยทั่วประเทศที่เปิดให้บริการตรวจหา โรคเอ๋อ? แล้วส่งมาตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

?

ทำไม?

เพราะ? โรคเอ๋อ? ถ้ารักษาทันท่วงที? เด็กจะไม่เป็นปัญหาอ่อนเลย (รักษาก่อนอายุครบ? 1? เดือน? แต่ถ้าเลย? 1? เดือน? ผลการรักษาอาจไม่ดี? ทำให้เด็กไม่ฉลาดเท่าที่หวัง)

Read the rest of this entry »


ข้ อ แ น ะ นำ ใ น ก าร ใ ช้ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์เ ส ริ ม อ า ห า ร

วันศุกร์ มี.ค. 20, 2009

ปัจจุบันเราทราบกันดีว่าการรับประทานอาหารให้ครบหมู่และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั้นเป็นหลักการพื้นฐานของการมีสุขภาพดี? แต่ในบางสภาวะหรือในบางเวลาของชีวิตเราก็อาจต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง? และพร้อมจะขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ? ให้เดินไปสู่ความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้? ตัวอย่างกลุ่มผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร? เช่น

??????? ผู้ที่มีงานยุ่งตลอดวัน? จึงรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา

??????? ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติหรือผู้ที่ต้องควบคุมอาหาร

??????? สตรีมีครรภ์จำเป็นต้องได้รับวิตามินและเกลือแร่บางตัว

??????? ผู้สูงอายุ? เนื่องจากวัยนี้ความสามารถในการดูดซึมอาหารจะลดลงและรับประทานได้น้อย? จึงทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

??????? นักกีฬา? ผู้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ? ผู้ดื่มสุรา? และสูบบุหรี่ ?อาจต้องรับประทานวิตามินและเกลือดแร่มากกว่าคนปกติทั่วไป

??????? ผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นตัวได้เร็ว? หรือผู้ป่วยที่แพทย์สั่งให้รับประทานวิตามิน

????????? การจะซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดมารับประทานควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรเพื่อหาข้อมูลก่อน? เพราะวิตามินหรือเกลือแร่บางชนิดหากรับประทานร่วมกันแล้วจะส่งผลดีต่อร่างกายอย่างสูงสุด? แต่บางชนิดก็ไม่ควรรับประทานร่วมกัน? เพราะนอกจากจะไม่เกิดผลดีแล้วยังอาจส่งผลเสียต่อร่างกายด้วย? ต่อไปนี้เป็นค่า? แนะนำเพื่อการรับประทานวิตามินและเกลือแร่ที่จะช่วยให้เกิดผลสูงสุดต่อร่างกาย

??????? วิตามินเอ? ควรรับประทานพร้อมกับอาหารที่มีน้ำมันหรือไขมันเป็นส่วนประกอบบ้างเพื่อให้การดูดซึมดีขึ้น? แต่ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาลดกรด

??????? วิตามินบี 1? ควรใช้ร่วมกับวิตามินบี 2 และบี 6? เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินบี 1? และควรรับประทานพร้อมอาหาร? เพราะวิตามินบี 1 ?จะดูดซึมได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด

??????? วิตามินบี 2? จะดูดซึมได้ดีเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินบีรวมหรือซีลีเนียม

??????? วิตามินบี 3 ควรรับประทานพร้อมอาหารเพื่อลดอาการระคายเคืองของกระเพาะ? และจะดูดซึมได้ดีหากรับประทานร่วมกับวิตามินบีรวมและธาตุโครเมียม

??????? วิตามินบี 5? จะดูดซึมดีที่สุดเมื่อรับประทานพร้อมอาหารร่วมกับวิตามินบีรวม? ส่วนกรดโฟลิกและไบโอตินจะช่วยให้การดูดซึมดีขึ้นเป็นพิเศษ

??????? วิตามินบี 6? จะดูดซึมได้ดีเมื่อใช้ร่วมกับวิตามินบีรวม? แมกนีเซียมและสังกะสี

??????? วิตามินบี 12? จะดูดซึมดีขึ้นเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินบีรวม? แคลเซียม? วิตามินเอ? ซี? และอี? วิตามินบี 12? จะทำงานได้ดีเมื่อใช้ร่วมกับกรดโฟลิก? และจะดีที่สุดเมื่อรับประทานพร้อมอาหารร่วมกับวิตามินบีรวม? และควรรับประทานตอนเช้า

??????? โฟเลต? จะรับประทานเวลาใดก็ได้? และควรรับประทานพร้อมอาหารจะดีที่สุด? และการรับประทานวิตามินบีรวมร่วมด้วยจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมโฟเลตได้ดียิ่งขึ้น

??????? วิตามินซี? ควรรับประทานพร้อมกับอาหารประเภทผักที่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ? เพราะจะช่วยให้ธาตุเหล็กถูกดูดซึมได้ดีขึ้น

??????? วิตามินดี? จะดูดซึมได้ดีถ้ารับประทานร่วมกับอาหารที่มีน้ำมันหรือไขมัน? และจะรับประทานเวลาใดก็ได้? โดยไม่จำเป็นต้องรับประทานพร้อมมื้ออาหาร

??????? วิตามินอี? จะทำงานได้ดีขึ้นถ้ารับประทานร่วมกับวิตามินซีและซีลีเนียม? หรือรับประทานพร้อมอาหารที่มีไขมันเล็กน้อย? การรับประทานวิตามินดีควรรับประทานในเวลาเดียวกันทุกวัน? เพราะทำให้ดูดซึมได้ดี? และลดการระคายเคืองในกระเพาะ

??????? ไบโอติน? ควรรับประทานพร้อมอาหารจะดีที่สุด? และควรรับประทานร่วมกับ? วิตามินบีรวม? แมกนีเซียม? และแมงกานีส? เพราจะช่วยให้ดูดซึมได้ดีขึ้น

??????? วิตามินเค? จะดูดซึมได้ดีถ้ารับประทานร่วมกับอาหารจำพวกโพรไบโอติก? เช่น? โยเกิร์ต? เพราะจะช่วยเสริมการเติบโตของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ใหญ่

??????? ธาตุเหล็ก? จะดูดซึมได้ดีในขณะท้องว่าง? ถ้าระคายเคืองกระเพาะให้รับประทานพร้อมอาหาร? ธาตุเหล็กจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น? หากรับประทานพร้อมผักผลไม้หรือน้ำผลไม้ทีมีวิตามินซีสูง? แต่อย่ารับประทานพร้อมชา? กาแฟ? ไวน์? หรือผลิตภัณฑ์เสริมกากใย

?? แคลเซียม? ควรรับประทานพร้อมอาหาร? และการดูดซึมแคลเซียมจะดีขึ้นหากรับประทานร่วมกับวิตามินดี

??????? โครเมียม? จะดูดซึมได้ดีถ้ารับประทานร่วมกับกรดอะมิโน 3? ตัวคือ? ไกลซีน กรดกลูทามิก? และซีสทีน? วิตามินบี 3? ก็จะช่วยดูดซึมโครเมียมได้เช่นกัน

??????? ทองแดง? มีข้อปฏิบัติในการรับประทานคือ? ต้องรับประทานทุกวัน? และเป็นเวล่? โดยรับประทานพร้อมอาหารเพื่อป้องกันการระคายเคืองของกระเพาะอาหาร

??????? ฟลูออไรด์? จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น? ถ้าใช้ร่วมกับเกลือแร่ฟอสเฟตและซัลเฟต

??????? โพแทสเซียม? ควรรับประทานพร้อมอาหารเพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะ

??????? แมกนีเซียม? จะถูกดูดซึมเข้าร่างกายพร้อมกับแคลเซียม? หากรับประทานร่วมกับอาหารพวกเนื้อ? ไก่? ปลา? และไข่? และควรรับประทานพร้อมอาหารเพื่อลดอาการระคายเคืองกระเพาะ

Read the rest of this entry »


ผ ม ร่ ว ง . . . ห ยุ ด ด้ ว ย ส า ร อ า ห าร

วันอาทิตย์ มี.ค. 15, 2009

ใครที่เส้นผมบนศีรษะเริ่มเบาบางลงคงรู้สึกใจหายเมื่อยามต้องส่องกระจก? ?อาการผมร่วงจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงและการที่เส้นผมหลุดร่วงนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ? เช่น? เป็นโรคเรื้อรังบางชนิด? ความเครียด? โรคของต่อมไทรอยด์? การติดเชื้อบนหนังศีรษะ? การได้รับสารพิษ? การแพ้แชมพูสระผม? นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่อีกด้วย แต่ถ้าอาการผมร่วงของคุณไม่ได้อยู่ในข่ายที่กล่าวมาอาจเป็นไปได้ว่าผมของคุณร่วงเพราะขาดสารอาหาร

????????? โดยธรรมชาติแล้วผมคนเราประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ? หลายชนิด? เช่น? ซิลิคอน? กำมะถัน? เหล็ก? และแมงกานีส? ดังนั้น? เราควรไดรับสารอาหารให้เพียงพอต่อการที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้คนที่มีปัญหาผมร่วง? ศีรษะล้าน? ลองพิจารณาอาหารต่อไปนี้

??????? อาหารที่มีไอโอดีน? เช่น? ผักทะเล? ส่าหร่ายทะเล? เนื้อสัตว์ทะเล? กุ้ง? หอย? ปลา? สับปะรด? และกระเทียม? ไอโอดีนมีความสำคัญต่อระบบไหลเวียนโลหิตดังนั้น? การขาดไอโอดีนอาจทำให้การไหลเวียนของเลือดช้าลง? จึงอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผมร่วง

Read the rest of this entry »


ส า ร อ า ห า ร จำ เ ป็ น สำ ห รั บ ท า ร ก ใ น ค ร ร ภ์

วันศุกร์ มี.ค. 13, 2009

สุขภาพสตรีทุกคนเมื่อเริ่มตั้งครรภ์? เชื่อแน่ว่าคงจะดูแลสุขภาพของตัวเองและลูกน้อยเป็นพิเศษกว่าปกติ? แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่รับประทานอาหารไม่ครบ? 5? หมู่? และไมชอบรับประทานผัก? คุณอาจต้องเปลี่ยนนิสัย? ทั้งนี้ก็เพื่อลูกน้อยในครรภ์ของคุณ

????????? เรามาดูสารอาหารจำเป็นที่จะทำให้ลูกน้อยในครรภ์เจริญเติบโต? และลืมตาดูโลกอย่างปกติสมบูรณ์ดีกว่าครับ

??????? โฟเลต? เป็นสารอาหารตัวแรกที่จะแนะนำ? วิตามินตัวนี้อยู่ในกลุ่มวิตามินบี? ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างสายพันธุกรรมทารกที่เกิดจากมารดาที่ขาดโฟเลต? จะกลายเปนคนพิการทางสมองแหล่งอาหารที่มีโฟแลตก็คือ? ผักใบเขียวเข้มทุกชนิด? เช่น? คะน้า? บรอกโคลี? ผักโขม? ผักบุ้ง? ส้ม? ถั่ว? ข้าวซ้อมมือ? หญิงมีครรภ์? ควรได้รับโฟเลตหรือกรดโฟลิก 200-400? ไมโครกรัมต่อวัน

??????? แคลเซียม? จัดเป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่สำคัญสำหรับหญิงมีครรภ์? เพราะแคลเซียมจะช่วยลดการเกิดตะคริวที่ขาในคุณแม่ทั้งหลาย? และยังช่วยสร้างกระดูกแก่ทารกในครรภ์อีกด้วย

??????? ธาตุเหล็ก? เป็นแร่ธาตุอีกชนิดหนึ่งที่จะขาดไม่ได้? เพราะถ้าแม่ขาดธาตุเหล็ก? หรือเป็นโรคโลหิตจาง? จะส่งผลให้ทั้งแม่และลูกดั้บออกซิเจนน้อยกว่าปกติ (ธาตุเหล็กทำหน้าที่ในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย)? ทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด? ภูมิต้านทานของทารกต่ำ? พัฒนาการช้า? น้ำหนักแรกคลอดต่ำ? ธาตุเหล็ก? มีมากในเนื้อสัตว์? ตับอ่อน? มะเขือพวง? เลือดไก่? เลือดหมู? ผักโขม? ซี่โครงหมู? บวบเหลี่ยม? งาดำ? และถ้าต้องการให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี? ต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีควบคู่ไปด้วย

Read the rest of this entry »