Posted by admin | Under Tips&Tools
วันเสาร์ เม.ย. 11, 2009
ความสับสนอาจมาจากชื่ออาหารและโภชนาการ? บ่อยครั้งที่คนนำไปใช้ปะปนกันวิธีจำง่าย ๆ? คือ อาหารหมายถึงเมื่อครั้ง? อาหารนั้นอยู่ภายนอกปาก? ส่วนโภชนาการหมายถึงเมื่ออาหารผ่านปากเข้าไปแล้ว
Q :? ปลาปักเป้ามีพิษอยู่ที่ไหน? เผลอกินเข้าไปจะมีปัญหาอย่างไร
A :? พิษของปลาปักเป้ามาจากสารเคมีที่ชื่อเทโตรโดท็อกซิน? ซึ่งเกิดขึ้นจากสารเคมีสองชนิดที่อยู่ในปลาปักเป้า? สารสองตัวนี้ถูกเร่งปฏิกิริยาในร่างกายกระทั่งเปลี่ยนเป็นสารพิษที่กล่าวถึง? ปลาปักเป้าสร้างพิษ? เพื่อปกป้องตัวมันและลูกของมัน? ใครเผลอกินเข้าไปจะเกิดอาหารปากชา? ลิ้นชา? แขนขาอ่อนแรง? บางครั้งมีอาเจียนร่วมด้วยทิ้งไว้สักพักลิ้นจะแข็ง? ผิวจะคล้ำเหมือนถูกพิษหมดสติ? หากทิ้งไว้? ภายในครึ่งชั่วโมงคนที่โดนพิษอาจจะตาย? จึงอย่าไดลองเลย
?????????????? ปลาปักเป้ามีประมาณร้อยชนิด? มีอยู่ประมาณห้าสิบชนิดที่เป็นปลามีพิษ ต้องเชี่ยวชาญจริง ๆ? จึงจะรู้ว่าชนิดไหนกินได้กินไม่ได้? พิษของปลาปักเป้าอยู่ที่หนังปลา? กระเพาะ ลำไส้? และไข่ปลา สวนในเนื้อมีพิษค่อนข้างน้อย? สามารถนำมากินได้? การชำแหละปลาเพื่อเอาเนื้อมากินนั้น? ในญี่ปุ่น? คนที่ทำได้จะต้องมีประกาศนียบัตร? ผ่านหลักสูตรการชำแหละปลาปักเป้ามาแล้วจะทำกันเล่น ๆ? ไม่ได้? ส่วนเมืองไทย? หากจะนำปลาปักเป้ามากินกันบ้าง? ก็คงเป็นปลาชนิดไม่มีพิษ
ที่มา : Health & Cuisine
Posted by admin | Under Tips&Tools
วันศุกร์ เม.ย. 10, 2009
Q :? คำว่าฉลากอาหารต่างจากฉลากโภชนาการตรงไหน
A :? ไม่ยากเลย? ทั้งฉลากอาหารและฉลากโภชนาการคือ? ฉลากที่กำกับอยู่บนผลิตภัณฑ์อาหารตามข้อกำหนดของ? อย.
?????????????? ฉลากอาหารคือรายการวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารที่เอามาระบุไว้บนฉลาก? ยกตัวอย่างเช่น? ขนมปังทำจากแป้งสาลี? ผสมไข่ไก่? นม? น้ำตาลเล็กน้อย? ใส่ผงฟูนิดหน่อย? เมื่อผลิตออกมาแล้ว? หากจะแสดงเป็นฉลากอาหารก็ต้องระบุว่าขนมปังชนิดนี้มีอาหารหรือวัตถุดิบเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ? อาจจะแจงเพิ่มเติมด้วยว่าวัตถุดิบแต่ละชนิดมีปริมาณเท่าไหร่? กี่กรัม? กี่เปอร์เซ็นต์? ฉลากอาหารนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคได้รู้ว่าอาหารที่ตนเองกินอยู่นั้นมีอาหารหรือวัตถุดิบชนิดไหนบ้างเป็นองค์ประกอบ
?????????????? ส่วนฉลากโภชนาการเป็นเรื่องของคุณค่าของอาหารที่ร่างกายจะได้รับ? ตัวอย่างเช่น? ฉลากโภชนาการของขนมปังที่กล่าวถึงข้างต้นจะต้องแจกแจงว่ามีแป้ง? หรือคาร์โบไฮเดรตกี่ส่วน? ไขมัน? โปรตีน? วิตามิน? เกลือแร่? เท่าไหร่? ฉลากโภชนาการให้ประโยชน์มากมายเป็นต้นว่า? ผู้ที่จำกัดเกลือ? เมื่อได้เห็นปริมาณเกลือหรือโซเดียมในอาหารจะได้ระวังตัวไว้
ที่มา : Health & Cuisine
Posted by admin | Under ทริปการดูแลผม
วันจันทร์ เม.ย. 6, 2009
ผมที่แข็ง? แห้ง? แตกปลาย? ทำให้ภาพลักษณ์? ภายนอกดูไม่ดีเท่าไหร่นัก? เราสามารถทำครีมหมักผมที่ชุ่มไปด้วยไขมัน? ให้ผมนุ่มขึ้นได้ดังนี้
ส่วนผสม
?????????????? น้ำมันมะกอกอย่างดี? อุ่นพอร้อน????????????????? 1??????????????? ถ้วยตวง
?????????????? ไข่แดง?????????????????????????????????????????????????? 1??????????????? ฟอง
?????????????? น้ำผึ้งธรรมชาติ???????????????????????????????????????? 3??????????????? ช้อนโต๊ะ
?????????????? น้ำมันหอมระเหย?????????????????????????????????????? 5 -6??????????? หยด
?????????????? ? (กลิ่นแล้วแต่ชอบ)
วิธีทำ
?????????????? ล้างผมด้วยน้ำอุ่น? เช็ดให้แห้ง? ผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน? คนให้เป็นเนื้อเดียว? แล้วชโลมเส้นผมให้ทั่วศีรษะ? โดยเฉพาะส่วนปลายที่แตกแห้ง จากนั้นนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดพอหมาดโพกไว้? หมั่นเปลี่ยนผ้าบ่อย ๆ? เพื่อรักษาระดับความร้อนให้คงที่? ทิ้งไว้? 20 -30? นาที? แล้วสระออกตามปกติด้วยน้ำธรรมดา
เลือกอย่างไร
- น้ำมันมะกอก? มีหลากหลายสีสัน? ขึ้นอยู่กับชนิดและคุณภาพ? แต่ที่ดีนั้น? (ประเภท? Extra? Virgin)? จะมีสีอมเขียวหรือสีอำพัน? ราคาขายผลิตละประมาณ? 300? บาท? หากใช้น้ำมันมะกอกชนิดที่เติมสารเคมีเข้าไปซึ่งมีราคาถูกกว่า? ควรพิจารณาด้วยว่ามีสารเคมีที่คุณเคยแพ้ผสมอยู่ด้วยหรือเปล่า
- น้ำมันมะพร้าว? ควรใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์? ลักษณะเป็นสีขาวใส? มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ? แต่ไม่ควรมีกลิ่นหืน? ขนาด? 120? ซี.ซี.? ราคา? 100? บาท
- น้ำมันงา? หากเป็นน้ำมันงาเชยจะมีสีอำพัน? ราคาที่จำหน่ายในท้องตลาดมีหลายระดับ? แล้วแต่เทคนิคการสกัดยากง่าย? ตั้งแต่ประมาณ? 100 -120? บาท? ต่อลิตรขึ้นไป? ส่วนชนิดที่มีสีน้ำตาลอ่อนจนถึงเกือบเข้มคือน้ำมันงาสุก? เพราะผ่านการคั่วก่อนเคี่ยวเอาน้ำมันนั่นเอง? ราคาจะถูกกว่าน้ำมันงาเชยเล็กน้อย
?????????????? น้ำมันทั้งหมดนี้ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพควรมีอายุไม่เกิน? 2? ปีนับจากวันที่ผลิต? เลือกซื้อที่ไม่เหม็นหืนและไม่มีผ้าขาวลอยอยู่หน้าน้ำมัน? ไม่ควรเก็บไว้ในที่ที่ร้อนจัดหรือถูกแสงแดด? ปิดฝาขวดให้สนิท
ซื้อที่ไหน Read the rest of this entry »
Posted by admin | Under Tips&Tools
วันอังคาร มี.ค. 31, 2009
การ? ?มีนัด?? กับตัวเอง? ก็เป็นการสร้างคุณค่า? และให้ความสำคัญกับตัวเองได้ดีทีเดียว? ลองหาเวลาวันว่าง ๆ? อยู่กับตัวเองแล้วทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ว่างเว้นไปนาน แล้วคุณจะพบว่าความสุขนั้นไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล? มันอยู่รอบ ๆ? ตัวเรานี่เองค่ะ
Positive? Thinking? Exercise? หมายถึงการฝึกคิดแต่เรื่องดี? ๆ? คิดในแง่บวก? สร้างจินตนภาพของความสำเร็จให้ตัวของคุณเอง
เขียนบันทึกไดอารี่? ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น? หรือความรู้สึกลึก ๆ? ที่มีต่อสิ่งรอบ ๆ? ตัว? หรือเขียนข้อความเก๋ ๆ? ไว้ให้กำลังใจหรือเตือนสติตนเองติดไว้ในที่ ๆ? เห็นง่าย? เช่น? บนตู้เย็นหรือบนหน้าจอคอมพิวเตอร์? อาจเป็นข้อความจากหนังสือ? หรือบทภาพยนตร์ที่ชอบก็ได้
อ่านหนังสือ? การได้อ่านหนังสือดี ๆ? สักเล่มก็เหมือนการได้สวมรองเท้าชีวิตของคน ๆ? หนึ่งที่ไม่ใช่ตัวเรา? แล้วท่องไปในโลกอีกใบ? เป็นการฝึกสมองส่วนที่ต้องสร้างสรรค์จิตนนาการให้บรรเจิด
สร้างสรรค์น้อย ๆ? ปรนนิบัติร่างกายด้วยการครีเอท? ?สปา?? เล็ก ๆ? ในบ้านทำอะไรที่ให้ความเอาใจใส่ดูแลอย่างทั่วถึงแก่ทุก ๆ? ส่วนในร่างกายไม่ว่าจะหมักผม? พอกหน้า? แช่ท้าในน้ำมันหอม? แช่ตัวในอ่าง? อาบน้ำ? บำรุงผิวด้วยโฟมครีมอุดมคุณค่า? ควรใช้เวลาอ้อยอิ่ง? ไม่ต้องรีบร้อน? เพียงเท่านี้คุณก็สุขีกว่าใคร ๆ
?????????????? ในโลกแห่งอุดมคติ? เราทุกคนใฝ่ความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจในชีวิตที่ดำรงอยู่ในกายเนื้อของเราเอง? บัดนี้ออริจินส์บรรจงสร้างสรรค์ส่วนตัว? A? Perfect? World? for? Body? ที่พร้อมจะโอบอุ้มห่อร่างกายคุณไว้? ปกปักษ์รักษามิให้มลภาวะได้ย่างกราย? ผิวของคุณจะนุ่มขึ้น? และสัมผัสได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของความชุ่มชื้นหล่อเลี้ยงผิว? ดื่มด่ำกำซาบกับชาขาวที่เลื่องชื่อในความสามารถในการเก็บกักความอ่อนเยาว์? มิให้โบยบินจากผิวไปก่อนวัยอันควร? พิสูจน์แล้วว่ามีสมรรถนะต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าชาเขียวถึงร้อยเปอร์เซ็นต์? กรุ่นกลิ่นหอมจรุงใจด้วยแอปริคอทและส้ม? ทิ้งท้ายให้อารมณ์แจ่มใส? ปลอดโปร่งกับสมุนไพรไม้หอมชื่อ? ออสแมนตุส
?????????????? มอบความนุ่มเนียนแก่ผิวทุกครั้งที่อาบน้ำด้วย? A? Perfect? World? Creamy? body? cleanser? with? White? Tea? ที่ทำความสะอาดผิวคุณฟองครีมข้นและมอบคุณค่าบำรุง ในขณะเดียวกันจึงไม่เป็นการซ้ำเดิมผิวที่อยู่ในสภาพอ่อนแอก่อนแล้ว? ปกป้องผิวที่มีอยู่ตามธรรมชาติ? ผสมน้ำมันบำรุงจาก? Shea Butter? และ? Apricot? Kemel? Oil? ในขณะที่? ?Sweet? Orange? และ? Glycerin? มอบความชุ่มชื้น? ให้ผิวรู้สึกสบาย? White? Tea? ปกป้องผิวมิให้สัมผัสมลพิษจากภายนอกและภายในก่อนที่จะเกิดริ้วรอย? แห้งเหี่ยว? แก่ก่อนวัย? จากนั้น? ปรนนิบัติผิวคุณด้วย A? Perfect? World? Intensely? hydrating? body? cream? with? White
Tea?? Read the rest of this entry »
Posted by admin | Under Tips&Tools
วันอาทิตย์ มี.ค. 29, 2009
การรับประทานฮอร์โมนเพศทดแทนในวัยหมดประจำเดือน? หรือที่เรียกว่า? ?วัยทอง?? กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในขณะนี้? เนื่องจากในเดือนกรกฎาคม? 2545? ที่ผ่านมา? ได้มีการเปิดเผยผลงานการวิจัยของกลุ่มการศึกษาในสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า? Wonen?s? Health? Intiative? (WHI)? ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์? JAMA? (Journal? of? Amarican? Medical? Association)? ?ซึ่งเป็นที่เชื่อถือได้? อีกทั้งได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากสถาบันสุขภาพของ? สหรัฐ ฯ? (National? Insutitute? of? Health? เรียกย่อ? ๆ? ว่า NIH)
?????????????? โดยสรุปก็คือ? การรับประทานฮอร์โมนทดแทนมีโทษมากกว่าคุณ
?????????????? หลังจากนั้นก็เกิดความแตกตื่นสับสนไปทั่วทั้งหมดและคนไข้? วารสารดัง ๆ? อย่าง? Time? และ? Newsweek? ลงบทความเจาะลึกเกี่ยวกับหัวข้อดังกล่าวหลายหน้า? แพทย์ผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลสุภาพสตรีในวัยทองต่างออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการวิจัยดังกล่าวกันอย่างมาก? มาย? ดูเหมือนว่าผลงานวิจัยดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสน? เหมือนไปดึงปมด้ายที่ขมวดกันวุ่นวายอยู่แล้วให้แน่นยิ่งขึ้น? แทนที่จะช่วยคลี่คลายปมปัญหาที่มีอยู่แล้ว
?????????????? แล้วข้อเท็จจริงของการวิจัยดังกล่าวเป็นเช่นไรกันแน่? ก็เลยมีรายการคุณขอมาให้ช่วยเขียนถึงเรื่องนี้หน่อย? ผมจะนำเสนอประเด็นในการอธิบายเป็นสองตอนนะครับ? โดยช่วงแรกจะพูดถึงการรับประทานฮอร์โมนทดแทนในวัยทองก่อน? แล้วประเด็นถัดไปจึงจะกล่าวถึงข้อเท็จจริงสุด? ?ร้อน?? ของการวิจัยดังกล่าว
?????????????? วัยทอง? หรือวัยหมดระดู? (Menopause)? หมายถึงการที่รับไข่หยุดการทำงานอย่างถาวร อาจจะเป็นสาเหตุตามธรรมชาติ? หรือเพราะโดนทำลาย? เช่น? การผ่าตัด? การฉายรังสีก็ได้? รังไข่มีหน้าที่สองอย่างที่สำคัญคือ? ผลิตไข่ซึ่งเป็นเซลล์เพื่อการสืบพันธุ์? และในระหว่างที่ไข่เจริญเติบโตขึ้นมาในทุก ๆ? เดือนนั้น? ไข่ก็จะสร้างฮอร์โมนเพศชื่อเอสโตรเจนกับโปรเจนเอตโรนออกมา? (ซึ่งก็เป็นหน้าที่สำคัญประการที่สอง)
?????????????? รังไข่ของคุณสุภาพสตรีมีจำนวนเซลล์ไข่ที่จำกัด? (น่าประหลาดที่ฝ่ายชายไม่จำกัดการสร้างอสุจิ)? ด้วยเหตุดังกล่าว? เมื่อถึงอายุหนึ่งคุณ ๆ? ก็จะไม่มีไข่เหลืออยู่ที่จะสร้างฮอร์โมนให้ผลก็คือจะไม่มีเลือดระดู
?????????????? โดยทั่ว ๆ? ไปถือว่า? ถ้าไม่มีระดูนาน? 6? เดือน? ถึงหนึ่งปีถือว่าเข้าสู่วัยทอง? (อย่าลืมว่าต้องเป็นจากการหยุดทำงานของรังไข่อย่างถาวรนะครับ? ห้ามเถียงว่า? ?อย่างนี้คนท้องก็หมดระดูเหมือนกันหรือเปล่า ๆ
?????????????? ในสตรีไทยนั้นอายุเฉลี่ยที่จะหมดระดู? คือ? 48 ? 50? ปีครับ? การไม่มีระดูไม่ใช่เพียงทำให้ไม่ต้องเปลืองผ้าอนามัยอย่างเดียว? แต่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีก? เริ่มตั้งแต่ช่วงก่อนหมดระดูหรือเริ่มมีระดูมาล่าช้าออกไป? คุณผู้หญิงก็จะเริ่มมีอาการร้อนวูบวาบตามตัว? ตามมาด้วยเหงื่อออกแม้ว่าจะอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำก็ตามที? ภาษาหมอเขาเรียกว่า? ?hot? flush?? อาจมีอาการทางอารมณ์? ?บจ่อย?? ร่วมด้วย? คือ? หงุดหงิด ฉุนเฉียว? ขี้โมโห? นอนไม่หลับ? แบบที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่า? ?เลือดจะไปลมจะมา?
?????????????? โชคดีหน่อยที่ว่าอาหาร? hot? flush? นี้จะมีคุณสุภาพสตรีเพียงส่วนน้อย? (ประมาณร้อยละ? 20 -25? )? ที่จะมีอาการนี้เมื่อหมดระดูไปแล้ว? 1- 2? ปี? หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ? สตรีวัยทองส่วนใหญ่จะหายจากอาการดังกล่าวภายในเวลา? 1 – 2? ปี? บางคนอาจเถียงว่า? ?ตั้งสามปี?? แล้วจะให้ฉันทรมานอยู่อย่างนี้น่ะหรือ?? ปัญหาข้อนี้จึงนำมาซึ่งการรักษาโดยการให้ฮอร์โมนเพศ? (เอสโตรเจน)? ทดแทน
?????????????? อ้อ…ผมต้องขอบอกก่อนว่า? ในที่นี้การให้ฮอร์โมนเพศทดแทนหมายถึงเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนเท่านั้นนะครับ? เพราะส่วนใหญ่แล้วเอสโตรเจนจะมีบทบาทมากกว่าในเกือบทุก ๆ? ด้าน? (รวมถึงด้านที่ไม่ดีด้วย)? ในการรักษา? hot? flush? นั้นถือว่าเอสโตรเจนดีที่สุดเมื่อเทียบกับยาอื่น ๆ? และอาจให้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ? ได้
?????????????? ปัญหาประการที่สองซึ่งเป็นข้อบ่งชี้อีกประการหนึ่งที่ทำให้แพทย์แนะนำสตรีวัยทองให้แพทย์แนะนำสตรีวัยทองให้รับประทานฮอร์โมนทดแทนก็คือ? การเกิดโรคกระดูกพรุน? เอสโตรเจนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมแคลเซียมที่กระดูก? เมื่อหมดระดูหรือปริมาณเอสโตรเจนน้อยลงมากจะทำให้กระดูกเริ่มบางลง? จนเมื่อบางลงมาก ๆ? ก็จะเรียกว่า? ?กระดูกพรุน?? (Osteoperosis)? กระดูกที่เปราะบางนี้จะหักง่าย? และกระดูกที่ได้รับผลดังกล่าวคือ? กระดูกสันหลัง? กระดูกต้นขา? และกระดูกข้อมือ
?????????????? ส่วนใหญ่คุณผู้หญิงมักจะเข้าใจผิดคิดว่ากระดูกพรุนทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามตัวปวดหลัง? อันที่จริงแล้วกระดูกพรุนไม่ทำให้เกิดอาการแต่อย่างใด? ดังนั้นถ้าคาดหวังว่ารับประทานฮอร์โมนทดแทนแล้วจะทำให้หายปวดเมื่อยตามตัวก็คงจะต้องผิดหวังนะครับ
?????????????? การตรวจว่ากระดูกบางหรือไม่นั้นจะต้องอาศัยเครื่องมือเอกซเรย์พิเศษ? การถ่ายภาพรังสีธรรมดากว่าจะทราบว่ามีกระดูกบางก็เป็นมากแล้ว? เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปแล้วว่าการให้ฮอร์โมนเพศทดแทนร่วมกับแคลเซียมสามารถป้องกันกระดูกได้? ปัญหาก็คือ? จะต้องให้เป็นระยะเวลานานเป็นปีถึงจะเห็นผล? และเมื่อหยุดยา? กระดูกก็จะเริ่มบางลง? การรับประทานฮอร์โมนอยู่นาน ๆ? คุณผู้หญิงก็จะเกิดความวิตกกังวลเรื่องโรคมะเร็งอีก? ดูเหมือนเป็นเรื่องวนเวียนไม่รู้จบ? ในปัจจุบันมีผู้คิดค้นยาที่มีผลป้องกันกระดูกพรุนได้โดยไม่มีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านมและโพรงมดลูก? แต่ก็จะไม่สามารถรักษาอาหาร? hot? flush? ได้
?????????????? เหตุผลประการสุดท้ายที่แพทย์จะแนะนำให้รับประทานฮอร์โมนทดแทนในวัยหมดระดูก็คือ? เพื่อรักษาอาการขาดฮอร์โมนของระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์? ตัวอย่าง? เช่น? มีปัญหาเรื่องปัสสาวะเล็ดเวลาไอ ? จาม? ช่องคลอดแห้ง? ปัญหาในการมีเพศสัมพันธ์นอกจากนี้ยังทำให้เกิดสุขภาพที่ดีต่อเนื้อเยื่อต่าง ๆ? เช่น? ระบบผิวหนัง? อย่างไรก็ตามสตรีในวัยหมดระดูส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า? ถ้ารับประทานฮอร์โมนทดแทนแล้วความเสื่อมถอย? เนื่องจากวัยเหล่านี้จะละลายหายไปเลย? คือ? กลับมาเหมือนสมัยยังสาว ๆ? อยู่? ซึ่งเป็นความคาดหวังที่เกินจริงเกินไป
?????????????? โดยสรุปแล้วข้อบ่งชี้ในการรับประทานฮอร์โมนในวัยทองที่แพทย์จะแนะนำนั้นมีสามประการ? คือ? หนึ่ง ? รักษาอาการ? hot? flush? สอง ? รักษากระดูกพรุน และสาม ? รักษาอาการทางระบบทางเดินปัสสาวะ? ระบบสืบพันธุ์อันเกิดจารการขาดฮอร์โมน
Read the rest of this entry »
Posted by admin | Under ทริปการดูแลสุขภาพ
วันเสาร์ มี.ค. 28, 2009
ผ่านพ้นวัยแตกเนื้อสาวมาก็หลายปีแล้ว? คุณคงคาดหวังว่าร่างกายปรับตัวเจริญเติบโตเข้าที่เข้าทาง? ปัญหาของวัยรุ่นอย่างเช่นไขมัน (babyfat)? คงหมดไป? รวมทั้ง? ?สิวสาว?? ด้วย แต่ทว่าในความเป็นจริง อายุก็ขึ้นเลขสามแล้ว? ทำไมเจ้าสิวหัวขาว ๆ? ยังตามเล่นงานคุณไม่หาย? และที่สำคัญ? คือ? ไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไร
?????????????? ในบรรดาปัญหาที่เกิดกับผิวหนัง? ก็ดูจะเป็น? ?สิว?? นี่แหละที่สร้างความกังลงใจให้ผู้คนบ่อยที่สุด? คงต้องย้อนมาดูว่า? สิวเกิดขึ้นได้จากสาเหตุใด? ต้นตอหลักนั้นคือฮอร์โมนแอนโตรเจน? ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย? (ที่มีอยู่ในทั้งผู้ชายและผู้หญิง)? ร่างกายช่วงวัยรุ่นจะผลิตฮอร์โมนนี้ออกมามากกว่าวัยอื่นฮอร์โมนตัวนี้เองที่กระตุ้นให้ต่อมน้ำมันที่ผิวหนังขยายใหญ่และผลิตน้ำมันที่เรียกว่า ?ซีบัม?? (Sebum)? ซึ่งจะถูกระบายออกมาตามรูขุมขน? ช่วยบำรุงให้ผิวและผมของเราเงางาม
?????????????? แต่ถ้าซีบัมผลิตออกมามากเกินไป? ก็จะทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันเพราะการจับตัวของซีบัมกับเซลล์หนังกำพร้าชั้นนอก? ก่อให้เกิดการหัวสิวได้? และถ้ามีการติดเชื้อจากแบคทีเรียที่ผิวหนังด้วยแล้ว? ก็จะทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบและตุ่มแดงเป็นหนอง
?????????????? ทีนี้ปัญหาอยู่ที่ว่า? นอกจากฮอร์โมนซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการผลิตซีบัมแล้ว ก็ยังมีสาเหตุ อื่น ๆ? อีก? ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์หรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวคุณ? คงเป็นคำตอบได้ว่า? ทำไมแม้พ้นช่วงวัยรุ่นที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านแล้วคุณก็ยังคงเป็นสิว
?????????????? สิวไม่ใช่แค่ปัญหาความงาม? แนวทางธรรมชาติบำบัดถือว่าสิวเป็นอาการที่เกิดจากการขาดความสมดุลหรือความผิดปกติภายใจ? ซึ่งร่างกายพยายามกำจัดสารพิษสะสมออกไลฟ์สไตล์และสิ่งแวดล้อมที่ว่าเป็นต้นเหตุนั้นก็ได้แก่ ? ความเครียด? การรับมลพิษมาก ๆ? รับประทานอาหารไม่ได้สัดส่วนสมดุล? การขาดแร่ธาตุบางอย่าง? รวมไปถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ? เป็นต้น? ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่สมดุลของระบบฮอร์โมนในร่างกาย? ภูมิชีวิต หรือ? Immume? System? ไม่ดี? ในที่สุดก็เกิดสิวขึ้นนี่เอง
?????????????? บางคนไม่เคยสังเกตไลฟ์สไตล์ของตัวเองคิดว่าสิวเป็นแค่เรื่องภายนอก? ก็แก้ไขด้วยการใช้ยาแก้สิงลูกเดียว? นอกจากเสียเงินแล้วคุณรู้ไหมว่ายาเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงแถมยังทำอันตรายต่อผิวของคุณได้อีกด้วย? จึงขอเชิญชวนให้แก้สิวด้วยวิธีธรรมชาติดีกว่า
กินดี? ไม่มีสิว
?????????????? วิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดสามารถช่วยให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายสมดุล
- วิตามินเอ? เป็นตัวที่สำคัญที่สุดของสุขภาพผิว? ช่วยลดการผลิตซีบัมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม? วิตามินเอมีมากในฟักทอง? แครอท? มะละกด? ตำลึง? กล้วย? มัน
- วิตามินบี? 6? ช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมนควบคุมการเกิดสิว? โดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือน? หรือวัยหมดประจำเดือน? มีมากในกล้วย? ข้าวบาร์เลย์? อะโวคาโด? ข้าวกล้อง? เมล็ดทานตะวัน? มัน? ถั่วชิกพี? ปลาแซลมอน
- สังกะสี? ช่วยสร้างเซลล์ใหม่และควบคุมการเกิดสิว? ลดซีบัม? และทำให้การดูดซึมวิตามินเอดีขึ้น? สังกะสีมีมากในข้าวบาร์เลย์? จมูกข้าวสาลี? เมล็ดฟักทอง
- โอเมก้า 3?? เป็นกรดไขมันที่มีผลอย่างมากต่อสุขภาพผิว? ทำให้ซีบัมน้อยลง? ลดโอกาสการอุดตัน? มีมากในปลาทูน่า? แซลมอน? น้ำมันถั่วเหลือง? และจมูกข้าวสาลี
?????????????? นอกจากอาหารเสริมที่ดีต่อผิวแล้ว? พฤติกรรมบางอย่างก็ต้องปรับเปลี่ยนด้วยถ้าอยากจากลาสิว
- จำกัดน้ำตาลและอาหารประเภทน้ำตาล? โดยเฉพาะน้ำตาลขาว? ซึ่งไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ? และร่างกายต้องใช้แร่ธาตุสำรอง? ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญของผิวอย่างโครเมียมและสังกะสีในการย่อยมัน
- งดอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันมาก ๆ? อย่าง? เนย? นม? เนื้อแดง? อาหารทอดทั้งหลาย? รวมทั้งไขมันชนิดที่เติมไฮโดรเจนสูง ๆ อย่างเช่นมาร์การีน
- เน้นรับประทานผักและผลไม้สดให้มาก? รวมทั้งอาหารธรรมชาติที่ไม่ผ่านการดัดแปลง? เช่น? ข้าวกล้อง? ธัญพืชไม่ขัดขาว
?????????????? จะเห็นว่าทั้งอาหารและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิต? เพื่อลดการเกิดสิวก็ไม่ต่างจากคำแนะนำเพื่อการมีสุขภาพที่ดีโดยรวมนั่นเอง? เพราะสิวเป็นข้อบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังเกิดการเสียสมดุล และเจ้าเม็ดเล็ก ๆ? บนหน้ากำลังขอความช่วยเหลือให้คุณรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยด่วน? ก่อนที่จะเกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ? ตามา?
?????????????? เรื่องสิวจึงไม่ใช่เรื่องปะติ๋วอีกต่อไป
??????????????
ที่มา : Health & Cuisine
Posted by admin | Under Tips&Tools
วันพฤหัส มี.ค. 26, 2009
เพราะผู้หญิงไม่ได้ถูกสั่งสอนมาว่า? ?ให้ใครเห็นน้ำตาไม่ได้?? เหมือนลูกผู้ชาย? เมื่อมีใครทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ? น้ำตาก็รินไหลบ้างเป็นธรรมดา
?????????????? แม้ว่าการร้องไห้จะเป็นวิธีปลดเปลื้องอารมณ์เศร้าหมองและระบายความอัดอั้นตันใจได้วิธีหนึ่ง? แต่มั่นก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่สาเหตุอีกทั้งการร้องให้บ่อย ๆ? ยังเป็นการตอกย้ำความอ่อนแอในจิตใจ ยิ่งร่างกายคนเรามีระบบบริหารแบบ? ?จิตเป็นนาย? กายเป็นบ่าว?? ด้วยแล้ว? อาการเจ็บป่วยทางกายอันเนื่องมาจากจิตใจป่วยก็อาจถามหาได้
ฉุดตัวเองออกจากความอ่อนแอ
?????????????? เมื่อเกิดความเศร้าหมองหรือมีเรื่องเลวร้ายมากกระทบจิตใจ? อย่าร้องไห้ฟูมฟายและจมปลักอยู่กับอารมณ์เศร้านั้นเป็นอันขาด? ถึงตอนนี้คุณควรทำตัวเป็นนักสืบที่ต้องวิเคราะห์? สืบสาวหาต้นตอของปัญหาที่แท้จริงโดยใช้สติ? แล้วหาวิธีแก้ที่ถูกต้องและเป็นไปได้มากที่สุด? อย่าปล่อยให้ความเศร้ากำหนดทางออกผิด ๆ? เช่น? ทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น
?????????????? วิธีสร้างพลังเมื่อรู้สึกท้อแท้หมดหวังที่ได้ผลดี? คือ? การมองคนที่ย่ำแย่กว่าตัวเอง? แต่ มันจะไม่ได้ผลเลยถ้าเอาแต่เผ้าดูความอ่อนแอของผู้อื่น? โดยไม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง ถึงเวลาที่คุณต้องสวมวิญญาณนักสู้??? (หลังจากสวมบทบาทนักสืบ)? แล้วละค่ะ? ถือเสียว่าสิ่งที่ผ่านมาคือบทเรียนอันมีค่าและคุณจะไม่ก้าวพลาดอีก
?????????????? ไม่ว่าพวกเขากำลังพูดถึงคุณหรือใครอยู่ก็ตาม? ขึ้นชื่อว่าคำนินทาแล้วย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่? ปล่อยให้ผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาไปเลย? เพราะคำเหล่านี้จะบั่นทอนกำลังใจของคุณเอง
?????????????? เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องเลวร้ายที่ทำให้เราฟูมฟายแทบตายมีสิ่งดี ๆ? แฝงอยู่อย่างน้อยก็เป็นการสอนสัจธรรมแห่งชีวิตว่าความสุขไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา? ยามใดที่รู้สึกสบายใจก็ควรทำตัวเบิกบานแล้วซึมซับอารมณ์นั้นอย่างเต็มที่? เป็นการเปิดโอกาสให้สารแห่งความสุขได้หลั่งด้วยไงค่ะ ฉะนั้นจงมองเรื่องเหล่านั้นเสียใหม่ในแง่มุมที่ดีขึ้นหรือมองมุมกลับเป็นเรื่องขำขันไปเลยยิ่งดี
?????????????? การเอาชนะความอ่อนแอที่เกาะกุมหัวใจอย่างเหนียวแน่นนั้น? จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีภูมิคุ้มกันแข็งแกร่งคุณอาจใช้วิธีฝึกสมาธิ? อ่านหนังสือประเภทให้กำลังใจ? หรือปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่? มองโลกอย่างเข้าใจว่าไม่มีอะไรแน่นอน? ดั่งหลักธรรม? ?อนิจจัง? ทุกขัง? อนัตตา?? ถ้าเข้าถึงสามคำนี้ได้? คุณจะมีคาถาประจำตัวที่วิเศษสุดทีเดียว
Read the rest of this entry »
Posted by admin | Under โรคภัยใกล้เจ็บ
วันอังคาร มี.ค. 24, 2009
มะเร็งเป็นโรคร้ายที่น่าสะพรึงกลัว? แต่ถ้าคุณไปพบคุณหมอเร็วเท่าใด? จะมีโอกาสหายจากโรคนี้ได้มากขึ้นเท่านั้น? อาหารเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ? ของร่างกายค่ะ
- มะเร็งปากมดลูก? ตกขาวมีปริมาณมาก? มีกลิ่น? สีผิดปกติ? หรือมีเลือดปน? มีเลือดออกจากช่องคลอดนอกรอบเดือน? เจ็บปวดและเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก? มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์? ผู้หมดประจำเดือนแล้วกลับมีเลือดออกอีก? มีตกขาวมากผิดปกติ? โดยเฉพาะวัยหมดประจำเดือนแล้ว
- มะเร็งรังไข่? ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอเจ็บปวดหลังมีเพศสัมพันธ์? ท้องอืด? อาหารไม่ย่อย? แน่นท้อง? หรือปวดท้อง? น้ำหนักลดและปวดหลัง
- มะเร็งในเม็ดเลือด? เหนื่อยง่าย? ซีดเซียว? มีเลือดออกที่จมูก? เหงือก? กระเพาะอาหาร? ลำไส้ใหญ่? โลหิตจาง? ฟกช้ำง่ายติดเชื้อง่าย? มีไข้? คลำพบก้อนบวมด้านซ้ายของช่องท้อง
- มะเร็งปอด เจ็บหรือเสียวหน้าอกหายใจลำบาก? หอบ? ไอเรื้อรัง? มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลาย? น้ำหนักลด
- มะเร็งตับ? อาหารไม่ย่อย? ท้องอืดแน่นชายโครงขวา? เบื่ออาหาร? ตาและผิวสีออกเหลือง? คลำพบก้อนที่ชายโครงขวา
- มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ? ปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่เจ็บปวด? ถ่ายปัสสาวะบ่อยแสบ? หรือขัดเนื่องจากเลือดที่ออกจับตัวเป็นลิ่ม? อาจปวดหลังจากการอุดตันของท่อไต
- มะเร็งสมอง? ปวดศีรษะนาน ๆ? ร่วมกับอาเจียน? ตาพร่า? เห็นแสงเขียว? ๆ? เหลือ? ๆ? ลอยไปมา? มักอ่อนเพลียหรือเป็นลมกะทันทันมีอาการชาหรือเป็นอัมพาตชั่วคราว
- มะเร็งในช่องปาก? มีก้อนบวมในช่องปากหรือลิ้น? มีแผลเปื่อยที่ได้ได้รับการรักษาหรือ แผลเรื้อรังที่เหงือกจากการกดทับของฟันปลอม? พูดไม่ชัด? เจ็บขณะกลืนอาหาร
- มะเร็งในกระเพาะอาหาร? น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว? อาเจียนเป็นเลือด? เบื่ออาหาร? ท้องอืด? อาหารไม่ย่อยบ่อย ๆ? อุจจาระเป็นสีดำคล้ำ
Read the rest of this entry »
Posted by admin | Under โรคภัยใกล้เจ็บ
วันเสาร์ มี.ค. 21, 2009
โรคอาหารเป็นพิษ
สาเหตุของการเกิดโรค
?????????????? เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีแบคทีเรียหรือสารพิษ? (toxin)? ที่สร้างจากตัวแบคทีเรียเข้าไปในร่างกาย? นอกจากนี้อาจเกิดจากสารเคมีปนเปื้อนอยู่ในอาการหรือพิษจากธรรมชาติ? เช่น? เห็ด เชื้อรา? เป็นต้น
?????????????? มักพบในอาหารที่ปรุงสุก ๆ? ดิบ ๆ? จากเนื้อสัตว์? ไข่? นมที่ปนเปื้อนเชื้อรวมทั้งอาหารกระป๋อง? อาหารทะเล? นอกจากนี้ยังพบในอาหารที่ค้างและไม่ได้แช่เย็น? ซึ่งถ้าก่อนรับประทานไม่อุ่นให้ร้อนทั่วถึงก่อนก็อาจทำให้เจ็บป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษได้
อาการของโรค
?????????????? โรคอาหารเป็นพิษมักจะเกิดอาการตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงจนถึง? 8? วัน? หลังจากรับประทานอาหรที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป? มักจะพบว่าในหมู่คนที่กินอาหารร่วมกันจะมีอาการพร้อมกันหลายคน? ซึ่งอาจมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไปแล้วแต่ละบุคคลและปริมาณที่กิน
?????????????? อาการที่พบคือ? คลื่นไส้? อาเจียน? ตามด้วยอาการมีไข้? เบื่ออาหาร? และอุจจาระร่วงมีตั้งแต่อาการอย่างอ่อนจนถึงรุนแรงอาจถ่ายมีมูกเลือดปนได้
รู้จักอาหาร? รู้จักป้องกัน
?????????????? มารู้จักวิธีสังเกตและป้องกันตนเองจากอาหารที่อาจเป็นต้นเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ? โดยแยกอาหารออกเป็น? ประเภทดังนี้
Read the rest of this entry »
Posted by admin | Under แม่และเด็ก
วันจันทร์ ธ.ค. 15, 2008
?ทารกกับการนอนเป็นของคู่กัน จนคุณแม่อาจคิดว่ายังไม่จำเป็นต้องฝึกให้ลูกวัยทารกเข้านอนเป้ฯเวลาก็ได้ รอให้ลูกโตพอจะรู้ความเสียก่อน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนัก คุณแม่อาจจะพลาดโอกาสในการฝึกนิสัยการนอนให้ลูกรักก็เป็นได้ เพราะแม้ทารกจะยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับตารางเวลา แต่ก็มีความเข้าใจแล้วว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้เวลานอน เมื่อไหร่ถึงจะได้เวลากิน เล่น หรืออาบน้ำ โดยสังเกตพฤติกรรมของคนเลี้ยงและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ดังนั้น การปลูกฝังให้ลูกรักมีนิสัยการนอนที่ดีควรเริ่มต้นตั้งแต่ยังเป็นแบเบาะอยู่
???? ?ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการฝึกให้ทารกรู้จักการเข้านอนเป็นเวลามีประโยชน์ทั้งต่อตัวแม่และลูก? คำกล่าวของศาสตราจารย์ มินเดลล์ สาขาจิตวิทยา St.Joseph?s University และรองผู้อำนวยการศูนย์การนอนโรงพยาบาลเด็กเมืองฟิลาเดเฟีย
?????? ในปี 2005-2006 ศาสตราจารย์ มินเดลล์ ได้ศึกษาพฤติกรรมการนอนของทารกวัย 7-18 เดือน จำนวน 58 ราย พบว่าทารกที่มีการเข้านอนเป็นเวลาเป็นประจำทุกวันนั้นจะหลับได้เร็วกว่าและนานกว่า และไม่ค่อยตื่นขึ้นมากลางดึก
Read the rest of this entry »